ตอนนี้ทุกท่านที่เข้ามาอ่านที่นี่บล๊อกผมย้ายไปที่โดเมนของตัวเองแล้วนะครับ
www.panzahahaha.info นะครับ
และ ท่านที่ติดตามข่าวสารทางทหารและความมั่นคงเรียนเชิญที่ http://tforces.panzahahaha.info ครับ
ตอนนี้ทุกท่านที่เข้ามาอ่านที่นี่บล๊อกผมย้ายไปที่โดเมนของตัวเองแล้วนะครับ
www.panzahahaha.info นะครับ
และ ท่านที่ติดตามข่าวสารทางทหารและความมั่นคงเรียนเชิญที่ http://tforces.panzahahaha.info ครับ
ความตั้งใจเดิม เอนทรี่นี้คล้ายๆจะเป็น Photo Blog&Diary กะจะพา ท่านตามติดชีวิตผมพร้อมรูปสักวันแต่เอาเข้าจริง มือมันก็ถือถุงเ๖้ทไปหมดแถมเดินซะไกลด้วย ….
ตื่นมาเช้าวันเสาร์ครับ ผมออกจากคอนโดหรูใจกลางเมืองตรงช้ามเซนจูรี่ แฮ่ๆ ไม่ใช่คอนโดหรูที่ไหนหรอกครับ แฟลต๑๐กรมแพทย์ทหารบกน่ะครับ ผมมีภารกิจแรกของวันคือการไปซื้อถุงกระดาษ แบบอันเล็กๆแม่สั่งมาน่ะครับ ต้องไปซื้อที่ร้าน อ.ประสาร โดยมีที่อยู่ว่าอยู่สี่แยกวัดตึก เลยไปหาจากกูเกิ้ลแมป ว้าววววววว แมร่งไม่รู้จักสี่แยกวัดตึก แต่มันรู้จักวัดตึก กับ ถนนจักรวรรดิ แต่รู้จากมันว่าต้องขึ้น ปอ.542 จากป้ายรถเมล์ใต้BTS พญาไท
ก็เริ่มการเดินทางแสนจะสะดวกสบายบนสองเท้า หลังจาก ลงรถเมล์ที่หน้าโรงแรมแกรนไชน่าปริ้นเซส ก็เดินดุ่มๆ จนหลุดมาอยู่ในโลกสำเพ็งและร้านขายส่งรองเท้าผู้หญิง จนแล้วจนรอดผมก็ต้องถามตำรวจ ตำรวจบอก” อีกสองแยกโน่นน เดินไปก็ได้แต่ก็ไกลหน่อย” ไอ้เรามันพวกชอบใฝช้แรงมากกว่าใช้เงินก็ตัดสินใจเดินจนไปถึงแยกที่สอง ไปเจอป้ายแยกวัดตึก และถนนจักรวาดพาดจากซ้ายไปขวา เอาล่ะสิจะไปทางไหนจะโทรไปที่ร้านก็ขี้เกียจ เลยเอาวะ ขวาร้ายซ้ายนดีไปทางซ้ายแล้วกัน เดินเลี้ยงซ้ายไปตามถนนจักรวรรดิไม่ถึง50เมตรดี ผมเหลือบร้านค้าทางซ้ายมือ มีกล่องของขวัญปล่าวๆ และถุงเต็มไปหมดเลย ไชโย เจอแล้ววววววววว เพราะป้ายหน้าร้านใหญ่โต ร้าน อ.ประสาร เลยจัดการภารกิจให้ท่านแม่ได้ลุล่วง
แต่เวลามันก็แค่ 10โมงกว่า ยังไม่ถึงเวลาทานข้าว ก็เลยเดินดุ่มๆไปเรื่อยๆ ผ่านเวิ้งนาครเกษมที่ขายเครื่องดนตรีจนมาโผล่สามยอดแหล่งขายปืนแหล่งใหญ่ผมก็เดินเลยมาเรื่อยมาถึงดกิโอลด์สยามพลาซ่า เพื่อจะหาร้านอุปกรณ์บีบีกัน แต่ผมจะซื้อของจากร้านบีบีกันไปใช้ในการฝึกจริงๆนะครับ
ที่ดิโอลด์สยาม จะมีคล้ายๆเป็นบูทขายอาหารอยู่ด้านล่าง เป็นพวกอาหาร4ภาค และพวกขนมไทยต่างๆ แล้วผมก็ไปสะดุดกับ ร้านเคบับ ของมุสลิมครับ คนขายเป็นมะด้วย ราคา่ไม่แพงด้วยความอยากลองเลยสั่งเอา เคบับเนื่้อใส่ชีส(60บาท)กับซาโมซ่า4ชิ้น(40บาท) อ่ะได้ของกินกลางวันอย่างนึงก็ซัดเสียเลยรสชาติแป้งนั้นนิ่มบาง เนื้อก็ออกกลิ่นเครื่องเทศสับออกเป็นชิ้นเลก็ ตัวซาโมซ่าก็กรอบแม้จะทิ้งไว้นานแล้ว อ่อ ถ้าเราสั่งว่ากลับไปกินบ้าน ไม่กินทันทีเค้าจะห่อเคบับใส่ฟลอยนะครับ
ถึงเที่ยงผมถึงเข้าไปในฟู้ดคอร์ทดิโอลด์สยาม ฟู้ดคอร์ทที่นี่จะแปลกครับคือมีคาราโอเกะ เพลงสุนทราภรณ์ให้บรรดาผู้ทีค่ชื่นชอบมาร้องกันส่วนใหญ่ก็จะเป็นเหล่าผู้สูงวัยทั้งหลายล่ะครับและมีขายเบียร์สดตั้งแต่กลางวันครับ ผมเลยแลกคูปองและไปจัดการสอยร้านหอยทอดศิริวรรณมาครับ เป็นหอยทอด1จาน(40บาท) และขนมผักกาด(40บาท) ตามภาพด้านล่างนี้ล่ะครับ
ราคานั้นถือว่าถูกนะครับ 40 บาท สำหรับฟู้ดคอร์ท ดูหน้าตาน่ารับประทานครับ
รสชาติ แป้งนั้นกรอบแต่ไม่ถึงกับมาก เค้าทอดแยกกันมาครับเป็นแป้ง ออกจะเป็นแผ่นๆ และตัวหอยนั้นเป็นตัวๆ แยกๆออกมาไม่ปนกับแป้งเท่าไหร่ รสชาติโดยตัวแป้งก็อร่อยครับออกเค็มเล็กน้อย หอยก็สดไม่มีกลิ่น และถั่วงอกกรอบขาวอวบ อัยยะ!!!!!!!!!
สำหรับตัวขนมผักกาด ผมออกตัวก่อนว่าผมไม่เคยกินของที่อื่นสำหรับขนมผักกาดแต่ก็ มาลองที่นี่ รู้สึกว่ามันไม่ถูกปาก ตัวแป้งขนมออกจะจืดๆ ไม่มีรสชาติ กินกับซอส ก็ยังรู้สึกว่ารสจืดมันมากกว่าอยู่ดี
โดยรวมครับบรรยากาศออกจะดูโบราณสักนิดสำหรับฟู้ดคอร์ทที่นี่ แต่ร้านอาหารที่นี่ส่วนใหญ่เจ้าดังๆทั้งนั้นรวมถึงหอยทอดศิริวรรณนี้ด้วยครับ ราคาไม่แพงมากใครสนใจแวะไปก็ไปลองชิมกัน ครับ
วันนี้ตอนที่ ๑คงไว้แค่นี้ ผมกลัวมันจะยาวเกินเดี๋ยวไปต่อภาคสองกับการตระเวณเดินกรุงเทพชั้นในอย่างวัดโพธิ์ วัดพระแก้ว และกลับไปกินหรูๆ กับแหลมเจริญซีฟูดส์สาขาห้างใจกลางเมืองสยามพารากอนครับ
ผมมีโทรศัพท์สองเครื่องเป็นปกติ คือเป็นดัมพ์โฟน ใช้รับสายรับsms โทรเข้าออก1เครื่อง และสมาร์ทโฟนไว้เล่นเน็ท ทวิตเตอร์ หนึ่งเครื่อง พอดีเจ้า Nokia 2700 ของผมมันหล่นบ่อยจนเอ๋อหน้าจอเป็นรอยจนมองแทบไม่เห็นช่วงนี้ใกล้ปีใหม่มีเงินได้โอกาสไปเทเลวิซ เลยไปสอยมาสักเครื่อง ในราคาที่แพงแต่ก็ยอม เพราะใกล้บ้านกับ Nokia X1-01 ในราคา1290 บาท ครับ
มาดูเสป็ก ที่มาจาก www.siamphone.com ครับ
หน่วยความจำ
ระบบเชื่อมต่อ
รับ-ส่งข้อความ (Messaging)
ฟังก์ชั่นมัลติมีเดีย
แอพพลิเคชั่นมาตรฐาน
การโทร และ ฟังก์ชั่นพื้นฐาน
การใช้งานของแบตเตอรี่
มาดูการใช้งานจริงครับ เปิดกล่องออกมาก็จะมีตัวเครื่องอุปกรณ์คือwall charger และสมอลทอค พร้อมคู่มือ
มาเปิดเครื่องใช้งานหน้าจอต่างๆ ครับ
สำหรับการใช้งานทั่วไปก็ไม่มีอะไรมาก…. มีมาให้ตามมาตรฐานโทรศัพท์ดัมพ์โฟนทั่วไปของโนเกียที่ให้มาครบครัน มีปฏิทินจันทรคติ มีเครื่องคิดเลข แปลงหน่วยอะไรครบ รวมไปถึงไฟฉาย..ครับ จุดเด่นของเครื่องที่บนกล่องเข้าโฆษณาเอาไว้ ก็คือสองซิม มันแสตนด์บายได้2 ซิมแต่ยังคงเหมือนมือถือ2ซิมทั่วไปที่ไม่สามารถรับสายพร้อมกันทั้งสองซิมได้ครับ เล่น MP3 ได้นาน 36ชั่วโมง เริ่มแรกก็ใส่ micro sd ไปก่อนครับ สามารถรองรับได้สูงสุด 16Gb ครับ ทางซ้ายของเครื่องมีปุ่มเปิดปิดเครื่องเล่นเพลงด้วยนะครับ
สำหรับการเล่นMP3 ผมไม่ได้หูเทพอะไร แต่ฟังคร่าวๆจากหูฟังสมอลทอค ก็โอเคดีครับ เสียงดัง และกว้างพอสมควร ใครกำลังมองหา เครื่องราคาไม่แพง พันสองกว่าๆ สองซิม ฟังเพลงได้ มีไฟฉายและได้ความทนทานใช้ง่ายตามสไตล์โนเกีย ก็ไปสอยกันเลยครับ
ก็เป็นโอกาสดีในช่วงหน้าหนาวอย่างนี้ กับงานราตรีกระบี้สั้น ๕๔ ค่ำคืนแห่งน้องพี่ จปร. ที่จะมาร่วมแสดงความยินดี กับนอ้งชั้นปีที่ ๑ ในโอกาสรับกระบี่สั้น ถึงแม้ปีนี้จะจัดล่าช้าไปสักเล็กน้อย …..แต่ก็ไม่ช้าเกินไป โดยปีนี้เราจะจัดในวันพรุ่งนี้คือ วันอังคารที่ ๒๗ ธันวาคม ๒๕๕๔ ณ โรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า จังหวัดนครนายก ครับ
ในงานก็จะมีการร่วมรับประทานอาหารเล่นซุ้มเกมส์จับของรางวัล และชมการแสดงสุดพิเศษจาก นักเรียนนายร้อยที่ปีนึงจะมีหนึ่งครั้งเท่านั้น โดยปีนี้ เรามาในธีมงานของ งานวัด และการย้อนรำลึกวัยเด็ก จะเจอของกินๆเก๋ๆที่หาทานยาก และเครื่องเล่นแบบงานวัดแท้ๆที่ไม่ต้องไปถึงเพลินวาน wowwwwwww
สำหรับสาวท่านใดที่ยังตัดสินใจไม่ได้ ก็ให้รีบกันหน่อยนะครับงานนี้ปึนึงมีครั้งเดียว มาเปิดหูเปิดตาในอีกโลกนึงของเหล่านักเรียนนายร้อยครับ โดยคำแนะนำครับ สำหรับสาวๆที่จะมางานนะครับ งานจะเริ่มประมาณ 18.30 น ก็เผื่อเวลาการเดินทางสัก ๒ชั่วโมง โดยเราจัดรถบริการจากสนามกีฬา ทบ. เวลา ๑๕.๐๐ น. ครับ ก็การแต่งกายชุดราตรีนะครับ คำแนะนำ ก็คือ ชุดราตรีสั้นจะเหมาะมากครับ เพราะงานมีกิจกรรมให้ทำเยอะชุดราตรียาวคงไม่เหมาะหรอกครับ เน้นๆ มาแนวน่ารักๆ ครับ มาสนุกสนานเฮฮาในบรรยากาศงานวัดแบบโรแมนติก ยิ่งอากาศหนาวๆๆๆๆ ด้วยโอ้ยๆๆ สุดๆๆอ่ะ งานก็จะมีการรับประทานอาหาร ชมการแสดง เล่นซุ้มเกมส์ ชมพลุ และ ถ่ายภาพ…… ยังไงอย่าลืมหาผ้าคลุมไหล่มาสักนิดนะครับ เพราะอากาศตอนกลางคืนนะเย็นจริงๆ และลมแรงมากๆครับ เขาชะโงกตอนนี้…..
และสุดท้ายครับ ……อย่าลืมให้หนุ่มๆ นักเรียนนายร้อยที่พาไป ช่วยขนตุ๊กตากลับบ้านนะครับ เพราะงานนี้ได้ตุ๊กตากลับไปทุกคนแน่นอน ใครโชคดีอาจจะต้องแบกตัวใหญ่กลับไปอวดกันเลยทีเดียว
ใครที่จะมางานนี้ก็กลับมาแล้วมาแชร์ความรู้สึกกันได้ หรือใครที่มาเจอผมในงานก็ทักทายนะครับ ขอตัวก่อนะพรุ่งนี้ต้องเตรียมงานต่อครับ
อย่างที่ผมบอกไปตอนที่แล้ว ทหารหัดGEEK2 : ประสบการณ์ใหม่กับสาวไซด์ไลน์อย่าง Ubuntu(1) ว่าผมอ่ะเบื่อง่ายเลยอยากจะหาอะไรฝหม่มาลอง แต่มันก็ไม่ใช่ทั้งหมดซะทีเดียวหรอกครับ ช่วงหลัง ผมสำรวจการใช้คอมพิวเตอร์ของผมเองมากขึ้นก็พบว่า
1. ผมใช้คอมในการเล่นอินเตอร์เน็ต FB Twitter เป็นส่วนใหญ่หรือกว่า 70% ของการใช้คอมทั้งหมด
2. ผมใช้กับการทำงานเอกสาร
3.ใช้กับการแต่งรูปผ่าน Adobe Photoshop และ วาดลายเสื้อผ่าน Adobe Illustrator
4,อัตราการเล่นเกมส์ของผมลดลงอย่างมาก
เมื่อเป็นดัง4 ข้อข้างบนผมก็เริ่มเมียงมอง หาdeviceใหม่ๆ มา ก็ไปสะดุดกับ MacBook Pro แต่ต้องยอมรับว่าเงินไม่ถึงจริงๆ อีกทั้ง อยากจะใช้โปรแกรมลิขสิทธิ์ใน MacBook แต่ละตัวก็แพงแสนแพง และในที่สุดผมก็ยังคงต้องลงวินโดวส์ด้วยอยู่ดี (ก็เหมือนตอนนี้แหละทื่ใช้ทั้ง Ubuntu และ Win8) ก็เลยพับโครงการไป จนมาเจอกับ Ubuntu นี่ละ อาจจะเป็นคำตอบสำหรับการเริ่มต้นใหม่
Ubuntu เป็น โอเพนซอส คือเปิดให้นักพัฒนาได้เอาไปต่อยอดได้ (แต่ไม่ได้หมายความว่ามันฟรีเสมอไป) ที่มีหน้าตาสวยงามสะดุดตาผม มากกว่าเจ้า Linux Mint และการใช้งานมันก็ง่ายเกือบจะเทียบเคียงวินโดวส์ และมี App ที่มาพร้อมกับตัวติดตั้งก็ครบครันทีเดียว
นี่คือ UI ของ Ubuntu

สวยงามหน้าใช้พอๆ กับ Mac OS X ที่เดียวล่ะในความคิดของผม ทางแถบทางด้านซ้ายมือ เข้าเรียกว่า Unity เป็น UI แบบใหม่ของ Ubuntu ก็คล้ายกับแถบลัดใน Mac OS X หรือ Start ใน วินโดวส์ ซึ่งก็ถือว่าแข่งกับ UI ใหม่ของ Microsoft ที่นำมาใช้กับ Win8 คือ Metro UI
dashboard หาได้ทุกแอปในเครื่องถ้าไม่มีจะมีแอปที่ควรโหลดมาให้ด้วย
แต่สิ่งที่ไมโครซอฟยังทำไม่ได้คือ การทำให้แอป ทั้งหมดเป็น แอปแบบเต็มจอ หรือ FullScreen เหมือนใน Mac OS ตอนนี้ในWin8 มีเพียงบางแอปเท่านั้นที่เป็นฟูลสกรีนคือแอปที่มากับตัวลงของวิน8เอง และ IE ทีมาพร้อมกับตัววิน8
แต่ Ubuntu ทำได้แล้ว แอปทั้งหมดของUbuntu ตอนนี้เป็น แอป fullscreen โดยไอ้เจ้าแถบ Unity UI ข้างมันจะ Hide ตัวเองหายไป ดังเช่นภาพต่อไปนี้

ภาพด้านบนคือโปรแกรม GIMP หรือโปรแกรมตกแต่งภาพชื่อดังในLinux และเป็นโอเพ่นซอส ซึ่งก็พอจะเทียบได้กับPhotoshop นั่นแหละ ที่สำคัญคือฟรีครับ ด้านล่างเป็นChromium Web Browser ที่เป็นตัวโอเพ่นซอสของGoogle Chrome ครับ

ภาพต่อไปด้านล่างก็จะเป็นภาพของแอปงานเอกสารอย่าง Libre Office3 ซึ่งใช้ฐานจาก OpenOffice


ซึ่งก็มีมาให้ครบทั้ง Document (Word),SpreadSheet(Excel),Presentation(powerpoint),Drawing,Database ซึ่งถ้าถามฟังก์ชั่นการใช้งานก็คงจะเป็นรองMicrosoft Office อยู่พอสมควรแต่ก็สามารถที่จะเปิดไฟล์จากOfficeได้ แต่ก็จะพบปัญหาเรื่องการจัดหน้าและตัดคำที่ผิดเพี้ยนไป ที่นี้คุณก็คงจะสงสัยว่าจะไปหา App หรือโปรแกรมเหล่านี้มาจากไหนคำตอบอยู่ด้านล่างครับ

Ubuntu Software Center เป็น แหล่งรวบรวมแอปทุกประเภททุกชนิดรวมไปถึงฟอนท์หรือ ไฟล์ต่างที่จำเป็นสำหรับ Ubuntu ของคุณ เหมือน กับ Mac App Store ในMac OSX ซึ่งไมโครซอฟต์น่ะ มีไอคอนของ แอป Store มาให้ใน Win8 แล้ว แต่ยังใช้ไม่ได้ นอกจากนี้ Ubuntu Software Center ยังสามารถอัปเดตแอปที่ลงไปแล้ว และใช้จัดการถอนการติดตั้งได้อีกด้วย อยากได้แอปไหนก็โหลดเอาตามสะดวก ใช้แค่รหัสผ่านเข้า Ubuntu ของเรานั่นแหละ ที่จริงมีอีกหนึ่งฟังก์ชัน คือฟังก์ชันของการsync คล้าย icloud และ windows live คือ Ubuntu One แต่ผมยังไม่ได้ลองใช้
เอาละครับ ผมยอมรับตามตรงว่า มันยังเข้ามาแทนที่วินโดวส์ไม่ได้ทั้งหมดตามลักษณะการใช้งานของผมแต่ผมก็ถือว่าเป็นการเปิดโลกของผมต่อ โอเพนซอร์สและ โอเอสใหม่ๆที่เหมาะกับการใช้คอมของผมมากขึ้นทุกวันนี้ถ้าผมจะเล่นเน็ตเล่นทวิตดูหนังฟังเพลงผมแทบจะบูทเข้า Ubuntu อย่างเดียวเลย
อยากให้ทุกท่านได้ลองครับ………
ปล.ผมเขียนบล็อกนี้จาก Windows Live Writer ใน Win 8 ครับ ฮา….
ขึ้นหัวซะน่ากลัวก็ไม่มีอะไร เพียงแค่ผมเป็นคนเบื่ออะไร ง่ายและชอบตามกระแสนะครับ ก่อนหน้า
นี้ไปเจอคุณนิค @racpong เค้าใช้ windows 8 developer preview ก็ไปหามาลงกับเค้ามั่ง นี่ก็นึกครึ้ม
อะไรไม่รู้เห็นเค้าพูดถึง Ubuntu เห็นว่าเป็นlinux ที่เจ๋งพอตัว หน้าตาสวยงามไอ้เราก็เบื่ออยู่แล้วอยากได้อะไรใหม่ จะไปซื้อ Macpro ก็เงินไม่ถึง เลยเอาวะไปลองมั่วกะมันดู แฮ่ๆ ![]()
ความพยายามครั้งแรก ด้วยความที่ไม่รู้อะไรเลยผมก็เลยเสิร์ชดูไป ทั้งใน ubuntu.com และ
ubuntuclub.com
ก็ได้วิธีลงวิธีเล่นมาก็หลายวิธี (บอกตรง ผมจับlinux ครั้งแรกก็ตั้งแต่สมัย คอมเอื้ออาทร
โน่นนะครับ) เลยไปเจอในเว็บของubuntu เองนั่นแหละ ว่ามีตัวช่วยลงบนwindows ให้สามารถรัน2โอเอส
ได้ ชื่อเจ้า WUBI โหลดมาลง ทำตามขั้นตอนแล้่ว พยายามเท่าไหร่ก็ทำไม่ได้สักที บูทยังไงก็ไม่เข้ามาใน
ubuntu เลยล้มเลิกความพยายาม
ความพยายามครั้งที่สอง แต่ด้วยความอยากเล่นอยากลอง ก็เลยไปเจอวิธีที่ยากกว่า จาก
Ubuntuclub.com เป็นกระทู้เก่านานแล้ว แต่วิธีการพอใช้ได้ เริ่มจาก
1.ไปโหลดไฟล์ iso จาก ubuntu.com ในที่นี้ผมโหลดตัวล่าสุดครับ 11.10
2.จากนั้นระหว่างรอไฟล์ดาวโหลด ผมก็ไปโหลดอีก2โปรแกรม (ใช้โปรแกรม3ตัว ครับในการลงให้สมบูรณ์ คือ EASEUS Partition Master กับ กับ Universal USB installer และ Easy BCD ครับ เดี๋ยวจะรู้ว่ามันใช้ทำอะไรบ้างแต่ผมจะไม่เล่าละเอียดนักนะครับ
3.ใช้EASEUS Partition Master มาแบ่งพาร์ทิชันให้เรียบร้อยให้ได้พาร์ทิชัน ที่จะลง Ubuntu
4.Universal USB installer จัดการเจ้า ไฟล์ ISO ไปยัดลงใน Flash Drive แล้วให้มันกลายเป็นUSB Boot ซะ
5.คราวนี้เราบูทเครื่องใหม่โดยตั้งค่าให้บูทจาก USB แล้วดำเนินการลงUbuntu ตามขั้นตอนต่างๆ ในพาร์ทิชันว่างๆของเราให้เรียบร้อย
6.รีสตาร์ทกลับมาใหม่ใน windows เปิด EasyBCD ขึ้นมา เพื่อเราจะจัดการให้มีเมนูให้เราเลือก ว่าจะบูทเข้า โอเอสตัวไหน
7.ลองรีสตาร์ทอีกครั้งก็จะเห็นเมนูให้เลือก แล้วเราก็จะได้ลองน้องไซด์ไลน์ Ubuntu กันแล้ว เย้ๆๆๆๆ
หน้าตามันก็เป็นแบบนี้ละคร้าบ…
สวยงามไหมล่ะครับ

ในตอนหน้าเรามาดูกันซิว่าผมใช้งานมันยังไงถึงเรียกว่าไซด์ไลน์
ห่างหายกับการแนะนำเครื่องหมายของทหารไปนานครับกลับมาเที่ยวนี้ได้แนะนำกันสักทีกับเครื่องหมายแสดงความสามารถในการกระโดดร่มครับ
ที่ท่านเห็นอยู่ด้านบนนี่คือ เครืองหมายแสดงความสามารถในการกระโดดร่มของ กองทัพบก ครับหรือที่เราเรียกว่า ร่มเอราวัณครับ (สังเกตที่ช้างครับ) ซึ่ง ผู้ที่ผ่านหลักสูตรส่งทางอากาศของกองทัพบกซึ่งเปิดให้เรียนใน โรงเรียนทหารราบ และโรงเรียนสงครามพิเศษ จะสามารถประดับได้ครับ ซึ่งอย่างนักเรียนนายร้อยก็จะไปเรียนต้องปีสามครับ (ผมก็ไปเรียนมาละ ) ทหารพลร่ม หน่วยใช้ร่ม หน่วยรบพิเศษ ทุกหน่วยจะต้องไปเรียนครับ เพือได้ปีกทองสามารถมาประดับหน้าอก (แล้วมันจะได้เงินค่าฝ่าอันตรายหรือค่าปีกด้วยนะครับ ^^)
สำหรับหลักสูตรการเรียนก็มีด้วยกัน ๕ สัปดาห์ ครับ โดย ๓ สัปดาห์แรกจะเป็นการ ฝึกภาคพื้นดินหกสถานี คือ กระโดดหอ ลงพื้น ๒ฟุต ลงพื้น๔ฟุต เครื่องบินจำลอง การบังคับร่ม และการลงพื้นด้วยรอกวิ่ง ส่วนสองสัปดาห์สุดท้ายจะเป็นการโดด ต้องโดด อย่างร้อย ๔ ครั้งครับ ซึ่งก่อนเข้ารับการเรียนในหลักสูตร ต้องมีการทดสอบร่างกายก่อนเข้า และระหว่างเรียนก็ต้องมีการทดสอบด้วยครับ (อาจจะอดกลับบ้านได้)
ก็จะนำรูปของปีกร่มของเหล่าอื่น และชาติต่าง รวมกันมาให้ดูพร้อมภาพที่ผมไปฝึกร่มมาฝฝากนะครับ
ปีกร่ม นาวิกโยธินทหารเรือ
ปีกร่ม US
ปีกร่ม ทอ.
ปีกร่ม ตร
twitter เข้ามามีบทบาทมากกับสังคมออนไลน์โดยเฉพาะเมื่อช่วงมีการชุมนุมทางการเมือง ต่อมาจนถึง มหาอุทกภัยในตอนนี้ ซึ่งนับว่า Twitter เป็น สังคมออนไลน์ที่ค่อนข้างเวิร์คกับการส่งต่อข่าวสารทีเดียวในความคิดของผมนะ (แต่ก็มีผลเสียนะ) ทำให้องค์กร หน่วยงานทั้งหลาย หันมาสนใจกันพรึบพรัับ ไม่เฉพาะแต่องค์กรธุรกิจเองเท่านั้นทหารก็หันมาสนใจเช่นกัน
แต่ก่อนคุณเคยเห็นแต่โฆษณา หรือวิดิทัศน์เก่าๆ เชย ๆ ของทหารใช่ไหมครับ แต่ปัจจุบันคุณคงต้องเปลี่ยนความคิดใหม่ ทั้งโฆษณาและการประชาสัมพันธ์ที่เชิงรุกมากขึ้น และใช้สื่อที่หลากหลายมากขึ้น วันนี้กองทัพเองจึงพยายามสื่อสารผ่านทางทวิตเตอร์มากขึ้นเรื่อยๆ ปัจจุบัน ![]()
รูปด้านบนนี่คือ ทวิตเตอร์ ทางการของ กองทัพบกและกองทัพภาคที่ ๑ ครับ ซึ่งนับว่าเป็นทวิตเตอร์ที่มีคนตามค่อนข้างมากครับ และ ยังทวิตข่าวสารที่เป็นของตนเอง อีกด้วย ไม่ได้เอาแต่รีทวีตข่าวจากสำนักข่าวอย่างเดียว (บางองค์กรชอบทำซึ่งก็งง ว่าจะรีทวีตข่าวทำไม ทำไมไม่ใช้ข้อมูลตัวเอง) ทั้งสองacc จะทวิตกิจกรรมของกองทัพครับ โดย @armypr_news จะเน้นเป็ฯพวกแถลงคำประกาศหรือข่าวทางการของกองทัพบก ส่วน ทาง@1st_army_area ก็จะมีทั้งข่าวทางการด้วย มีการโพสต์รูปที่ลิงค์จาก หน้าเพจใน facebook ของ กองทัพภาคที่ ๑ ด้วย ก็นับว่าน่าสนใจ แต่ทางทวิตเตอร์ของทัพภาค ๑ จะใช้ตัวย่อเยอะไปหน่อย ใช้บ่อยมาก ผมว่าคนใช้ทวิตเตอร์ที่ไม่เข้าใจจะมีเยอะ (ผมเคยเมนชั้นไปหา พี่เค้าตอบมาด้วยแฮะ) ซึ่งข้อดีของการที่ทวิตเตอร์ทัพภาค๑ คือ จะมีคนโต้ตอบด้วย สามารถตอบบางคำถาม ได้ ครับ ต่างจากArmypr_news ที่จะมีแต่ประกาศกับข่าวอย่างเดียว ทำให้สูญเสียความสามารถในการสื่อสารสองทางไป อย่างน่าเสียดาย
จริงๆ ยังมีอีกแห่ง คือ @weloverta แต่ผมไม่เห็นทวีตเท่าไหร่คงยังไม่มีคนดูแลจริงจัง แต่เค้ามีข้อมูลมีฐานมีแหล่งที่ดีอยู่แล้วจาก http://www.weloverta.com ซึ่งเป็นเว็บบล็อคที่มีบทความและ มีกิจกรรมการประกวดต่าง (ดูแล้วนะจะว่าจ้างบริษัททำ) รวมไปถึงอีบุ๊คด้วย ถ้าใช้ ทวิตเตอร์ให้เป็นประโยชน์ ก็น่าจะทำให้เว็บได้รับความนิยมนะครับ
สุดท้ายก็คงเป็นบุคลากรของกองทัพหลายท่านที่ใช้ทวิตเตอร์ ช่วยประชาสัมพันธ์กองทัพ ได้มากขึ้นหรือ เป็นไปโดยธรรมชาติ จยไม่รู้ว่าเป็นการประชาสัมพันธ์ซึ่งถือว่าดีและสร้างภาพลักษณ์ให้กับกองทัพเป็นอย่างมาก โดยใช้งบประมาณในการกิจการพลเรือนหรือประชาสัมพันธ์ น้อยมากๆ เพราะแต่ละคนๆจะทำไปด้วยใจ และ ใช้ความเป็ฯธรรมชาติ เค้าถึงกลุ่มคนยุคใหม่ ที่มองทหารเป็นโลกล้าหลังได้เข้าใจว่าทหารนั้นมีความทันสมัยทันโลกมากขึ้นครับ
ลิงค์ที่เกี่ยวข้อง
“ทุกวันนี้ใครๆ อยากจะมีอิสระเสรี
จะพูดอะไรก็ได้
จะคิดอะไรก็ได้
จะแก้ไขอะไรก็ได้
ขอแค่ตนพอใจ”
ช่วงนี้ใครๆ ที่ติดตามหรือเล่นทวิตเตอร์และโซเชียลเน็ตเวิร์ค ต่างๆ คงจะได้เห็นกระแสของคดี อากงSMS ที่กำลังเป็นที่พูดถึงในสังคมออนไลน์อย่างกว้างขวาง ทั้งในแง่ดี แง่ไม่ดี แง่ของเทคนิควิธีการการสืบพยาน แง่ของความสงสารในตัวอากง ที่มีประวัติว่า แก่ตัวลงไม่ได้ทำงานอยู่เลี้ยงหลานอีกหลายคน พร้อมด้วยการรายงานกิริยาท่าทางและคำพูดของอากงในระหว่างการพิจารณาคดีของศาล
แต่ที่ปฏิเสธไม่ได้เลย คือ เรื่องนี้ทำให้กระแสการวิพากษ์ เกี่ยวกับ ประมวลกฏหมายอาญา มาตรา 112 กลับมาคึกคัก ทั้งในเรื่องตัวบทกฏหมาย ทั้งในเรื่อง การตีความ และการบังคับใช้ของเจ้าหน้าที่ตลอดจน การเชื่อมโยงไปยังเว็บหมิ่น และเพจหมิ่นต่างๆ ที่มีการเรียกร้องให้ปิด อยู่ในขณะนี้ ล้วนส่งเสริมให้ ประเด็นนี้รุนแรงขึ้นเรื่อย
อันที่จริงข้อเรียกร้องหรือการแสดงออกของสองกลุ่ม ในขณะนี้คือกลุ่มที่เรียกร้องให้ยกเลิก ม.112 (ส่วนใหญ่เคลื่อนไหวใต้เสื้อสีแดงและเชื่อมโยงกับเว็บหมิ่น-panzahahaha) กับทางฝั่งที่ต้องการให้มีการปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์อันเป็นที่เคารพยิ่งของประชาชนชาวไทย และปราบปรามเว็บหมิ่นและการปราศัยโจมตีสถาบัน (บางส่วนเคลื่อนไหวภายใต้พธม.และปชป. และ คนไทยที่เริ่มตระหนักถึงภัยอันตรายของชาติ เสื้อแดงมักเรียกว่า “สลิ่ม”) นั้นไม่ได้เชื่อมโยงกันโดยตรง นั่นคือ ทางฝั่งแรกต้องการให้มีการวิพากษ์วิจารณ์ สถาบันได้ โดยไม่มีความผิดหรือกฏหมายพิเศษใดๆ เช่นเดียวกับอังกฤษ แต่ทางฝั่งที่ปกป้อง มีข้อเรียกร้องให้ ปราบปรามการเผยแพร่ โจมตีสถาบัน การด่าและการให้ร้าย สถาบัน
ทั้งสองปัญหาหรือข้อเรียกร้องเหล่านี้ดูเผินๆ เหมือนจะเกี่ยวข้องกัน แต่มันไม่ใช่ถ้าเราว่ากันตามตัวหนังสือ แต่สาเหตุของเรื่องนี้มันมาจาก อะไรนะหรือ?
วิพากษ์วิจารณ์กับการด่าและให้ร้าย นั้นต่างกัน ไหมนะ
1. กลุ่มคนที่เรียกร้องให้ยกเลิกมาตรา 112 กับเว็บหมิ่น แทบจะแยกกันไม่ได้
ปฏิเสธไม่ได้ว่าความจริงมันเป็นอย่างนั้น ถึงแม้ พวกเค้าจะบอกว่าการเคลื่อนไหวในเว็บหมิ่นต่างๆ เพราะพวกเค้าไม่สามารถจะพูดที่อื่นได้ นั่นก็ถูกของเค้า แต่ในเว็บหมิ่นต่างๆเนื้อหามันเป็นการวิพากษ์วิจารณ์สถาบัน อย่างบุคคลสาธารณะจริงหรือ?
2. เว็บหมิ่น มักเป็นการด่าและการโจมตีให้ร้าย
เว็บหมิ่นต่างๆที่นักเคลื่อนไหว ใช้ล้วนมีเนื้อหาในเชิงโจมตี ให้ร้าย ด่า และวิดีโอที่ไม่เหมาะสม การที่นักเคลื่อนไหวเหล่านั่น เคลื่อนไหวภายใต้เว็บดังกล่าวย่อมทำให้เงื่อนไขที่พวกเค้าเรียกร้อง ถูกต่อต้านจากอีกกลุ่มอีกฟากฝั่งและ Ultra-Royalist ได้ เพราะย่อมเป็นเค้าลางว่าเมื่อใดที่มีการยกเลิกกฏหมายนี้ย่อมต้องทำให้พวกเว็บหมิ่น การด่า การโพสต์รูปตัดต่อกลายเป็นสิ่งที่ถูกกฏหมาย แล้วอะไรจะเป็นสิ่งที่คอยปกป้องพระองค์ท่านอย่่างเป็นรูปธรรม แม้แต่ระดับอาจารย์ เองอย่าง ส.ศิวลักษณ์ และ อ.สมศักดิ์ เจียม ซึ่งถือว่าเป็นแกนหลักเองบางครั้ง ก็ใช้การวิจารณ์สถาบันเลยเถิดไปยังการโจมตีตัวบุคคลหรือเข้าข่ายการด่าหรือให้ร้ายอยู่บ่อยครั้ง นี่ขนาดระดับนักวิชาการแล้วยังแบ่งแยกหรือ แยกแยะได้ยากเลย ว่าการวิจารณ์และการด่าโจมตีกระทำต่างกันอย่างไร
3.การใช้ ม.112 เป็นเครื่องมือทางการเมือง
ประเด็นนี้ถูกยกมามาก โดยเฉพาะในช่วงนี้ ว่ามีการดึงเอากฏหมายตัวนี้มาใช้ทำลายศัตรูทางการเมือง โดยยกเหตุผลการทำให้สถาบันเสื่อมเสีย และ แย่ลงกว่าเดิมเหมือนเป็นการ”ดึงฟ้าต่ำ” และ ทำให้ดูไม่ดีในสายตาโลกสากล
ทั้งสามข้อต่างเป็นประเด็ฯที่ทำให้สองปัญหาสองข้อเรียกร้องจากสองกลุ่มเกิดเป็นประเด็นร่วมในการต่อสู้ระหว่างสองกลุ่มนี้ ซึ่งมีทั้งกลุ่มที่ HardCore พร้อมจะป้ายสีฝ่ายที่คิดต่างและจับเหมารวมโดยไม่ดูเหตุผล เราคงต้องจับตาดูกันต่อไป
แต่สิ่งหนึ่งในสังคมไทย คือ เราไม่เคยแยกแยะได้สักที ว่าอะไรคือการด่าอะไรคือการวิพากษ์วิจารณ์ บางคนก็บอกว่าด่านั่นแหละคือการวิจารณ์ จนลืมนึกไป ว่าทุกคนมีสิทธิเสรีภาพ ในตัวเองทั้งนั้น การที่มีกฏหมายนี้ไม่ได้เป็นการริดรอนสิทธิพื้นฐานของคุณ แต่เพื่อเป็นการให้สถาบันลอยตัวอยู่เหนืออำนาจทั้งสาม ถ้า สถาบันลงมาฟ้องพวกเราเองได้ อำนาจตุลาการจะถือว่าตัดสินภายใต้พระปรมาภิไธยได้อย่างไร ซึ่งเราก็มักจะอ้างกันว่า “ฉันต้องด่าได้พูดได้ เพราะเค้าเป็นบุคคลสาธาณะ” แต่บุคคลสาธารณะไม่ได้มีไว้ให้ท่านด่า แต่ท่านสามารถวิจารณ์ในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับผลประโยชน์สาธารณะได้ (เช่นเดียวกับดาราที่คนทั่วไปมักจะด่าดูรูปกางเกงใน จุก ต่างๆได้อย่างเสรีเพราะข้ออ้างนี้) มันไม่ได้หมายความว่าบุคคลสาธารณะคือบุคคลที่คุณจะด่าพ่อล่อแม่ได้ ก่อนที่เราจะปรับปรุงกฏหมายตัวนี้ เรามาปรับทัศนคติของคนในสังคมก่อนดีกว่าไหมว่า ด่ากับวิจารณ์มันไม่เหมือนกัน และ คนในทีวี หรือ คนดัง บุคคลสาธารณะ ไม่ใช่คนที่เราจะด่ายังไงก็ได้ เราคงกำลังลืมคำว่าใจเค้าใจเราไป คุณจะยอมไหม ถ้าผมบอกว่าผมวิจารณ์คุณ โดยพูดจาว่าร้ายด่าคุณเสียๆหายๆ ผมว่าคุณเองก็คงไม่ยอมหรอก
แม้แต่ตัวผมเอง เป็นทหาร เทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์เหนือสิ่งอื่นใด แต่ผมมองว่า ม.112 ควรจะมีการปรับ ไม่ใช่การยกเลิก ปรับในแง่กระบวนการการฟ้องการกล่าวหาให้รัดกุมไม่ให้ถูกใช้เป็นเครื่องมือทางการเมือง ได้
ทิ้งท้ายไว้เท่านี้ล่ะครับ ปัญหาทุกอย่างไม่ได้เกิดจากสถาบัน แต่เกิดจากพวกเรากันเองที่ทะเลาะกันจนไม่เคยแหงนขึ้นไปดูว่าพระองค์ท่านจะเหนื่อยกับพวกเราสักแค่ไหน
คงจำกันได้กับที่ผม เคยเขียนไป ใน ตอนเครื่องหมายนี้มันคือเครื่องหมายอาไรจ้ะ ตอนที่ 5 เอาใจคนชอบความขาว
วันนี้มีประกาศรับสมัคร ประกาศรับสมัคร วิทยาลัยพยาบาลกองทัพบก http://www.rtanc.ac.th/home/index.php?option=com_content&view=article&id=57%3A-2555 มาแล้วครับ เชิญไปตามลิงค์และชมรูปข้างล่างไปก่อนครับ สวัสดีครับ….
ติดตาม ที่ทวิตเตอร์ @panzahahaha ค่รับ