ทหารหาญ : 6 ข้อ สำหรับการเตรียมสอบเข้าเตรียมทหาร


ผมเองผ่านประสบการณ์ในการสอบเตรียมทหารมาก็นานมากแล้วนะครับ กว่า ๗ ปี แต่ก็ยังวนเวียนสัมผัสกับน้องๆ ที่อยากเข้าเป็น

นักเรียนเตรียมทหารมาอีกมาก และตัวเองยังพอมีข้อคิดหรือ ข้อไตร่ตรอง ที่อยากให้น้องๆ เอาไปลองทำตามดูก่อนนะครับ ก่อนที่จะ

ไปสอบกัน บอกไว้ก่อนว่า นี่ไม่ใช่เทคนิคเคล็ดลัับที่จะทำให้น้องสอบติดครับ แต่นี่คือ 6 ข้อ ที่จะให้น้องๆ ทำตัวเองให้พร้อมที่สุดจนถึง

การเข้าห้องสอบครับ

1.สำรวจตัวเอง สำรวจตัวเองในเรื่องของความชอบครับอย่างแรก ว่าไปสอบทำไม สอบตามเพื่อน สอบเพราะอยากเป็นทหาร สอบเล่นๆ หรือว่า สอบตามพ่อแม่

สำรวจตัวเองว่าอ่อนหรือเก่งในวิชาใด สอบเข้าเตรียมทหารของเหล่าต่างๆ สอบ 5 วิชาครับ คณิต วิทย์ อังกฤษ ไทย สังคม

2.อ่านหนังสือ ข้อเบสิคๆ ครับ ที่ใคร ที่จะสอบอะไรก็ต้องทำ ครับ สอบเตรียมทหารน่ะ สอบกัน 5 วิชาครับ อ่านให้ครอบคลุมไปก่อน 

3.ติวหรือไม่ติว?  ข้อนี้ที่ถามกันมาก ติวหรือไม่ติว ติวที่ไหนดี ที่ผ่านมาเคยเจอครับ คนที่ไม่ติวเลย อ่านหนังสือเอง สอบติดก็มี คนที่ปีแรกไม่ติว ไม่ติดปีที่สองติวแล้วติดก็มี น้องๆต้องถามตัวเองว่ามีวินัยพอที่จะอ่านหนังสือด้วยตัวเอง มีเวลาว่าง ที่จะปลีกตัว ไป สมัครสอบ เดินทางไปสอบหรือเปล่า

สำหรับข้อดีของโรงเรียนติว ก็คือ อย่างแรก เค้าสอนหนังสือให้ เค้ามีการทดสอบตรวจสอบว่าเราทำข้อสอบได้เป็นอย่างไร อย่างที่สองคือ การสมัครสอบ การพาไปสอบ ข้าวน้ำในวันสอบ เค้าจัดการให้เสร็จเราไม่ต้องพะวงจุดนี้

4.ออกกำลังกายบ้าง อย่างที่รู้ว่าสอบเข้าเตรียมทหาร ไม่ว่าของเหล่าไหน ก็มีสอบสองรอบคือ ภาควิชาการ กับพละศึกษา

ที่นี่ ก็ควรเตรียมร่างกายตัวเองให้พร้อมก่อนเพราะพอผลสอบออกเราเตรียมตัวไม่ทันหรอก เพราะผลสอบออกก่อนรายงานตัวสอบ

พละแค่ประมาณ 5 วัน เท่านั้น น้องๆ ก็เอาระเบียบการมาดูว่าเค้าสอบพละท่าอะไรบ้าง วิ่ง1กม.  ดึงข้อ ดันพื้น ซิทอััพ วิ่งกลับตัว วิ่ง50เมตร  ว่ายน้ำ

แนะนำให้อย่างๆน้อย วิ่งทุกวัน ว่ายน้ำสลับไป เพราะน้องจะเตรียมแรงไปในตัว การสอบพละ ทำทุกสถานีภายในวันเดียวมันเหนื่อยมาก

อีกอย่่างการออกกำลังกายทำให้สมองปลอดโปร่งๆ จะไม่ได้เครียดกับการอ่านหนังสือจนเกินไปครับ

5.ตรวจโรคตรวจร่างกาย นอกจากสอบพละแล้วการสอบเข้าเตรียมทหาร จะมีการตรวจโรคตรวจร่างกาย ฉะนั้นน้องๆ ถือระเบียบการสมัคร เอาของปีก่อนๆก็ได้ครับ ถือเอาไปให้โรงพยาบาลใกล้บ้านน้องๆ แล้วบอกให้เค้าตรวจตามนั้นเลยครับ คือถ้าสมมติว่าน้องๆ เป็นโรคหรือขาดคุณสมบัติในข้อใดน้องๆ จะได้กลับตัวทันครับ

และถ้าเกิดไม่เป็น แต่โรคไหนที่สามารถป้องกันได้หรือรักษาได้จะได้ทันท่วงทีนะครับ

6.เตรียมตัวเผชิญวันสอบ การเตรียมตัวเพื่อวันสอบเป็นอะไรที่สำคัญมากครับ ๆน้องๆ ที่ไม่เคยสอบนึกภาพตามนะครับ คนหมื่นกว่าคนใส่ชุดนักเรียนรวมตัวกันในมหาวิทยาลัยแคบๆ อากาศร้อน จะหาที่พักตรงไหน จะกินข้าวยังไง อีกทั้ง เรียกเข้าห้องสอบก่อนเวลาสอบประมาณ ๑ ชม.ครึ่ง โหเป็นภาพที่ดูวุ่นวายและโกลาหลครับ ยิ่งถ้าสอบหลายเหล่าๆ น้องจะเจอภาพแบบนี้ถึง๔วันเลยนะครับ ถ้าน้องไม่แกร่ง และบริหารจัดการชีวิตในวันนั้นไม่ดี น้องๆจะแย่ครับ

MG_7317

ทั้งหกขัอไม่ได้เป็นเคล็ดลับอะไรครับ แต่เป็น๖ข้อที่ผมแนะนำให้น้องๆ หรือผู้ปกครอง ทำให้น้องๆ ครับ ก่อนที่จะไปสอบครับ

ขอให้ทุกคนโชคดีนะครับ และมาร่วมเส้นทางแห่งเกียรติยศนี้ด้วยกันครับ

รร.จปร. รับสมัครบุคคลชายอายุ 14-17 ปี วุฒิม.3 เข้าเป็นนตท.ในส่วนของทบ.ประจำปีการศึกษา 2556

กองทัพอากาศ มีความประสงค์รับสมัครบุคคลเข้าเป็น นักเรียนเตรียมทหาร(ในส่วนของกองทัพอากาศ) ประจำปี 2556

รับสมัครนายเรือมาละจ้า:การรับสมัครบุคคลพลเรือนเพื่อสอบคัดเลือกเข้าเป็นนักเรียนเตรียมทหารในส่วนของกองทัพเรือ เพื่อเข้าศึกษาในหลักสูตร โรงเรียนเตรียมทหาร

ข่าวดีของ น้อง ม.6 ที่อยากเรียนพยาบาลทหารบก จ้า ประกาศรับสมัครแล้ว


ข่าวดีของ น้อง ม.6 ที่อยากเรียนพยาบาลทหารบก จ้า ประกาศรับสมัครแล้ว

วิทยาลัยพยาบาลกองทัพบกเปิดรับสมัครนักเรียน ม.6เข้าเป็น นักเรียนพยาบาลกองทัพบกแล้วนะครับ

โดยมีรายละเอียดตามนี้

กำหนดการรับสมัครและคัดเลือกบุคคลเข้าเป็นนักเรียนพยาบาลกองทัพบก รุ่นที่ 50    ตั้งแต่ 2 มกราคม 2556 – 5 เมษายน 2556  และ นักเรียนผู้ช่วยพยาบาล รุ่นที่ 32 ประจำปีการศึกษา 2556   ตั้งแต่ 2 มกราคม 2556 ถึง 26 เมษายน 2556    รายละเอียดอื่นๆสอบถามได้ที่ แผนกธุรการและกำลังพล โทร.02-3547842 เพียงแห่งเดียวเท่านั้น  หรือฝากคำถามไว้ที่เว็บบอร์ดhttp://www.rtanc.ac.th/academic/board1/ หรือที่อีเมล์ rtanc@rtanc.ac.th

 

ดูประกาศรับสมัครฯประจำปีการศึกษา 2556

 

ดาวน์โหลดระเบียบการรับสมัครปี 2556
ดูกำหนดการรับสมัครประจำปีการศึกษา 2556

มายเหตุ  นักเรียนพยาบาลกองทัพบก  รับสมัครผ่านทางอินเตอร์เน็ต เท่านั้น
จำนวนที่รับเข้าศึกษา  80 คน ( ทุนกองทัพบก 20 คน และทุนส่วนตัว 60 คน )
ทั้งนี้ตั้งแต่ 2 ม.ค.56 – 5 เม.ย.56

ลิงค์สมัครออนไลน์ ครับคราวนี้ต้องสมัครออนไลน์เท่านั้นครับ 

น้องๆที่สนใจก็เข้าไปดูรายละเอียดได้ในที่อยู่ด้านบนนะครับ และเตรียมตัวทำข้อสอบGAT PAT ให้ได้มากๆ การเรียนก็เหมือน ในวิทยาลัยพยาบาลทั่วไป

แต่มีเพิ่มเติมการฝึกวิชาทหาร การเรียนวิชาทหาร เล็กน้อย และมีระเบียบการปกครองแบบทหารครับ

ทหารชวนกิน MINI REVIEW Whittard of Chelsea La Villa อารีย์


“บทความคุณภาพจาก http://panzahahaha.com ”

ผมชอบไปนั่งตามร้านกาแฟ คาเฟ่ต่างๆ ทั้งๆที่ผมไม่ดื่มกาแฟครับ แต่ผมชอบทานเค้ก ฮ่าๆ ตามประสาคนชอบขนมอ้วนๆ

วันนี้เลยจะพาไปMini Review กับร้านชาชื่อดังจาก อังกฤษ

Whittard of Chelsea

ประวัติของWhittard of Chelsea ที่ผม คัดมาจากเฟสบุ๊คครับ https://www.facebook.com/whittardthailand

เป็นเวลากว่า 100 ปีแล้ว ที่ Whittard คัดเอาใบชาและเมล็ดกาแฟพิเศษเพื่อคุณ ตั้งแต่แรกที่ก่อตั้งบริษัทในยุคจักรวรรดิอังกฤษรุ่งเรืองเมื่อปี 1886 โดย Walter Henry Whittard

ร้านแรกของเราเป็นร้านเล็กๆบนถนน Mincing Lane ใจกลางย่านธุรกิจของอังกฤษ ครั้งที่ย่านนั้นยังเป็นแหล่งวัฒนธรรมการดื่มชาชั้นสูง ในปี 1940 ร้านของเราได้ย้ายไปที่เมือง Chelsea ซึ่งเป็นที่มาของชื่อ Whittard of Chelsea ในปัจจุบัน

เอาละครับ ผมเดินทางไปที่ La Villa อารีย์ ที่ที่ผมนึกถึงเสมอเวลาอยากไปหาไรกินที่ไม่ต้องเดินทางไปห้่างดังๆ ร้านWhittard of Chelsea ที่นี่อยู่ภายในVilla Market ด้านหน้าเลย ครับ ร้านหลบมุมเล็กน้อย มีตู้เค้กและเจลาโตอยู่ด้่านหน้าครับ ร้านมีโต๊ะและเก้าอี้ มากพอสมควรตัวใหญ่ นั่งสบายข้างในมีชาโชว์อยู่บนชั้นวางต่างๆ รวมแล้วบรรยากาศ หน้านั่งครับ แต่ออกจะดูพลุกพล่านเพราะอยู่หน้าทางเข้าครับ

ผมสั่งไปสามอย่างครับ

Plain Scone อุ่นมาร้อน ครับ เนยอร่อย แยมธรรมดาๆ ตัวสโคน ร่วนไปนิดครับ

Crepe Cake ครับ รสชาติหวานอร่อยครับ อร่อยมากๆ เผลอจะดีกว่า Secret Garden อีก

และสุดท้ายพระเอกของงานครับ

ชาEarl Grey ร้อนแก้วใหญ่ รสชาติเข้มครับ อร่อยครับ

ปกติผมไปที่อังกฤษ ร้านWhittard of Chelsea ที่โน่นเค้ามีชาแจกฟรีให้ชิมนะครับแต่ที่นี่ไม่มี

สรุป เป็นร้านกาแฟน่านั่งร้านหนึ่งที่เด่นในด้านชา ร้านที่นี่อาจจะเล็กกว่าที่อื่น แถมในลาวิลล่าก็มีสตาร์บัค ใหญ่ๆ มากๆเลย แต่ถ้าอยากดื่มชากับขนมดีๆหน่อย และมี เจลาโต้ด้วยก็แนะนำที่นี่ละครับ แต่สนนราคาที่แพงหน่อยนะครับ เครปเค้กก็180 สโคน 90 แต่เครื่องดื่มอย่างชาร้อนไม่แพงครับ 90 บาท

ย้ายบ้านแล้วนะครับ


ตอนนี้ทุกท่านที่เข้ามาอ่านที่นี่บล๊อกผมย้ายไปที่โดเมนของตัวเองแล้วนะครับ

www.panzahahaha.info นะครับ

และ ท่านที่ติดตามข่าวสารทางทหารและความมั่นคงเรียนเชิญที่ http://tforces.panzahahaha.info ครับ

เรื่องกินเรื่องเที่ยว ตอนที่ ๑ รูปน้อยแต่เดินเยอะและกินเยอะครับ(ฟู้ดคอร์ทดิโอลด์สยาม)


            ความตั้งใจเดิม เอนทรี่นี้คล้ายๆจะเป็น Photo Blog&Diary กะจะพา ท่านตามติดชีวิตผมพร้อมรูปสักวันแต่เอาเข้าจริง มือมันก็ถือถุงเ๖้ทไปหมดแถมเดินซะไกลด้วย ….

             ตื่นมาเช้าวันเสาร์ครับ ผมออกจากคอนโดหรูใจกลางเมืองตรงช้ามเซนจูรี่ แฮ่ๆ ไม่ใช่คอนโดหรูที่ไหนหรอกครับ แฟลต๑๐กรมแพทย์ทหารบกน่ะครับ ผมมีภารกิจแรกของวันคือการไปซื้อถุงกระดาษ แบบอันเล็กๆแม่สั่งมาน่ะครับ ต้องไปซื้อที่ร้าน อ.ประสาร โดยมีที่อยู่ว่าอยู่สี่แยกวัดตึก เลยไปหาจากกูเกิ้ลแมป ว้าววววววว แมร่งไม่รู้จักสี่แยกวัดตึก แต่มันรู้จักวัดตึก กับ ถนนจักรวรรดิ แต่รู้จากมันว่าต้องขึ้น ปอ.542 จากป้ายรถเมล์ใต้BTS พญาไท

IMG_9333IMG_9334

              ก็เริ่มการเดินทางแสนจะสะดวกสบายบนสองเท้า หลังจาก ลงรถเมล์ที่หน้าโรงแรมแกรนไชน่าปริ้นเซส ก็เดินดุ่มๆ จนหลุดมาอยู่ในโลกสำเพ็งและร้านขายส่งรองเท้าผู้หญิง จนแล้วจนรอดผมก็ต้องถามตำรวจ ตำรวจบอก” อีกสองแยกโน่นน เดินไปก็ได้แต่ก็ไกลหน่อย”  ไอ้เรามันพวกชอบใฝช้แรงมากกว่าใช้เงินก็ตัดสินใจเดินจนไปถึงแยกที่สอง ไปเจอป้ายแยกวัดตึก และถนนจักรวาดพาดจากซ้ายไปขวา เอาล่ะสิจะไปทางไหนจะโทรไปที่ร้านก็ขี้เกียจ เลยเอาวะ ขวาร้ายซ้ายนดีไปทางซ้ายแล้วกัน เดินเลี้ยงซ้ายไปตามถนนจักรวรรดิไม่ถึง50เมตรดี ผมเหลือบร้านค้าทางซ้ายมือ มีกล่องของขวัญปล่าวๆ และถุงเต็มไปหมดเลย ไชโย เจอแล้ววววววววว  เพราะป้ายหน้าร้านใหญ่โต ร้าน อ.ประสาร เลยจัดการภารกิจให้ท่านแม่ได้ลุล่วง

             แต่เวลามันก็แค่ 10โมงกว่า ยังไม่ถึงเวลาทานข้าว ก็เลยเดินดุ่มๆไปเรื่อยๆ ผ่านเวิ้งนาครเกษมที่ขายเครื่องดนตรีจนมาโผล่สามยอดแหล่งขายปืนแหล่งใหญ่ผมก็เดินเลยมาเรื่อยมาถึงดกิโอลด์สยามพลาซ่า เพื่อจะหาร้านอุปกรณ์บีบีกัน แต่ผมจะซื้อของจากร้านบีบีกันไปใช้ในการฝึกจริงๆนะครับ

            ที่ดิโอลด์สยาม จะมีคล้ายๆเป็นบูทขายอาหารอยู่ด้านล่าง เป็นพวกอาหาร4ภาค และพวกขนมไทยต่างๆ แล้วผมก็ไปสะดุดกับ ร้านเคบับ ของมุสลิมครับ คนขายเป็นมะด้วย  ราคา่ไม่แพงด้วยความอยากลองเลยสั่งเอา เคบับเนื่้อใส่ชีส(60บาท)กับซาโมซ่า4ชิ้น(40บาท) อ่ะได้ของกินกลางวันอย่างนึงก็ซัดเสียเลยรสชาติแป้งนั้นนิ่มบาง เนื้อก็ออกกลิ่นเครื่องเทศสับออกเป็นชิ้นเลก็ ตัวซาโมซ่าก็กรอบแม้จะทิ้งไว้นานแล้ว อ่อ ถ้าเราสั่งว่ากลับไปกินบ้าน ไม่กินทันทีเค้าจะห่อเคบับใส่ฟลอยนะครับ

            ถึงเที่ยงผมถึงเข้าไปในฟู้ดคอร์ทดิโอลด์สยาม ฟู้ดคอร์ทที่นี่จะแปลกครับคือมีคาราโอเกะ เพลงสุนทราภรณ์ให้บรรดาผู้ทีค่ชื่นชอบมาร้องกันส่วนใหญ่ก็จะเป็นเหล่าผู้สูงวัยทั้งหลายล่ะครับและมีขายเบียร์สดตั้งแต่กลางวันครับ ผมเลยแลกคูปองและไปจัดการสอยร้านหอยทอดศิริวรรณมาครับ เป็นหอยทอด1จาน(40บาท) และขนมผักกาด(40บาท) ตามภาพด้านล่างนี้ล่ะครับ

IMG_9335IMG_9337บรรยากาศร้านและขนมผักกาด

IMG_9338IMG_9339หอยทอดและขนมผักกาด

IMG_9341IMG_9342ซูมหอยชัดๆๆๆๆ

          ราคานั้นถือว่าถูกนะครับ 40 บาท สำหรับฟู้ดคอร์ท ดูหน้าตาน่ารับประทานครับ

          รสชาติ    แป้งนั้นกรอบแต่ไม่ถึงกับมาก เค้าทอดแยกกันมาครับเป็นแป้ง ออกจะเป็นแผ่นๆ และตัวหอยนั้นเป็นตัวๆ แยกๆออกมาไม่ปนกับแป้งเท่าไหร่ รสชาติโดยตัวแป้งก็อร่อยครับออกเค็มเล็กน้อย หอยก็สดไม่มีกลิ่น และถั่วงอกกรอบขาวอวบ อัยยะ!!!!!!!!!

                          สำหรับตัวขนมผักกาด ผมออกตัวก่อนว่าผมไม่เคยกินของที่อื่นสำหรับขนมผักกาดแต่ก็ มาลองที่นี่ รู้สึกว่ามันไม่ถูกปาก ตัวแป้งขนมออกจะจืดๆ ไม่มีรสชาติ กินกับซอส ก็ยังรู้สึกว่ารสจืดมันมากกว่าอยู่ดี

         โดยรวมครับบรรยากาศออกจะดูโบราณสักนิดสำหรับฟู้ดคอร์ทที่นี่ แต่ร้านอาหารที่นี่ส่วนใหญ่เจ้าดังๆทั้งนั้นรวมถึงหอยทอดศิริวรรณนี้ด้วยครับ ราคาไม่แพงมากใครสนใจแวะไปก็ไปลองชิมกัน ครับ

           วันนี้ตอนที่ ๑คงไว้แค่นี้ ผมกลัวมันจะยาวเกินเดี๋ยวไปต่อภาคสองกับการตระเวณเดินกรุงเทพชั้นในอย่างวัดโพธิ์ วัดพระแก้ว และกลับไปกินหรูๆ กับแหลมเจริญซีฟูดส์สาขาห้างใจกลางเมืองสยามพารากอนครับ

ทหารหัดGEEK รีวิวตามใจ : โนเกีย 2 ซิม X1-01 เอ็กซ์จริงไหมนะ


                        ผมมีโทรศัพท์สองเครื่องเป็นปกติ คือเป็นดัมพ์โฟน ใช้รับสายรับsms โทรเข้าออก1เครื่อง และสมาร์ทโฟนไว้เล่นเน็ท ทวิตเตอร์ หนึ่งเครื่อง พอดีเจ้า Nokia 2700 ของผมมันหล่นบ่อยจนเอ๋อหน้าจอเป็นรอยจนมองแทบไม่เห็นช่วงนี้ใกล้ปีใหม่มีเงินได้โอกาสไปเทเลวิซ เลยไปสอยมาสักเครื่อง ในราคาที่แพงแต่ก็ยอม เพราะใกล้บ้านกับ Nokia X1-01 ในราคา1290 บาท ครับ

มาดูเสป็ก ที่มาจาก www.siamphone.com ครับ

  • จอแสดงผล TFT-LCD 65,536 สี
    – ความละเอียด 128 x 160 พิกเซล กว้าง 1.8 นิ้ว
  • ปุ่มควบคุมและการป้อนข้อความ
    – 5 ทิศทาง (5 ways Navi-Key)
    – ปุ่มควบคุมเพลง (Rewind, Play/Stop, Forward)

Nokia X1-01

  • มีสีให้เลือก (Colors)
    – ส้ม (Orange), ฟ้า (Ocean blue), เทา (Dark grey), ขาว (White), แดง (Red)

หน่วยความจำ

  • การ์ดหน่วยความจำ microSD – สูงสุด 16 GB

ระบบเชื่อมต่อ

  • ช่องเสียบชุดหูฟัง 3.5 มิลลิเมตร

รับ-ส่งข้อความ (Messaging)

  • SMS

ฟังก์ชั่นมัลติมีเดีย

  • เครื่องเล่นเพลง (Music Player)
  • วิทยุ FM Radio

แอพพลิเคชั่นมาตรฐาน

  • ไฟฉายส่องสว่าง (Flash Light)

การโทร และ ฟังก์ชั่นพื้นฐาน

  • บันทึกหมายเลขโทรศัพท์ 500 รายชื่อ (Phonebook)
  • แฮนด์ฟรีในตัว (Build-In Handsfree)
  • ออร์กาไนเซอร์
    – ปฏิทิน, เครื่องคิดเลข, นาฬิกาปลุก, จดบันทึก
  • เสียงเรียกเข้า Polyphonic, MP3
    – ระบบสั่น (Vibration in Phone)

การใช้งานของแบตเตอรี่

  • แบตเตอรี่มาตรฐาน Li-ion 1,320 mAh (Standard Battery)
  • เปิดรอรับสาย 1,032 ชั่วโมง (Standby Time)
  • สนทนาต่อเนื่อง 786 นาที (Talk Time)
  • ฟังเพลงต่อเนื่อง 36 ชั่วโมง (Music playback time)IMG_9465

       

      มาดูการใช้งานจริงครับ เปิดกล่องออกมาก็จะมีตัวเครื่องอุปกรณ์คือwall charger และสมอลทอค พร้อมคู่มือ

       

       IMG_9469

      มาเปิดเครื่องใช้งานหน้าจอต่างๆ ครับ

      IMG_9454IMG_9455IMG_9456IMG_9457IMG_9458

      สำหรับการใช้งานทั่วไปก็ไม่มีอะไรมาก…. มีมาให้ตามมาตรฐานโทรศัพท์ดัมพ์โฟนทั่วไปของโนเกียที่ให้มาครบครัน มีปฏิทินจันทรคติ มีเครื่องคิดเลข แปลงหน่วยอะไรครบ รวมไปถึงไฟฉาย..ครับ จุดเด่นของเครื่องที่บนกล่องเข้าโฆษณาเอาไว้ ก็คือสองซิม มันแสตนด์บายได้2 ซิมแต่ยังคงเหมือนมือถือ2ซิมทั่วไปที่ไม่สามารถรับสายพร้อมกันทั้งสองซิมได้ครับ เล่น MP3 ได้นาน 36ชั่วโมง เริ่มแรกก็ใส่ micro sd ไปก่อนครับ สามารถรองรับได้สูงสุด 16Gb  ครับ ทางซ้ายของเครื่องมีปุ่มเปิดปิดเครื่องเล่นเพลงด้วยนะครับ

       

      IMG_9470IMG_9459

      IMG_9460IMG_9461

      สำหรับการเล่นMP3 ผมไม่ได้หูเทพอะไร แต่ฟังคร่าวๆจากหูฟังสมอลทอค ก็โอเคดีครับ เสียงดัง และกว้างพอสมควร ใครกำลังมองหา เครื่องราคาไม่แพง พันสองกว่าๆ สองซิม ฟังเพลงได้ มีไฟฉายและได้ความทนทานใช้ง่ายตามสไตล์โนเกีย ก็ไปสอยกันเลยครับ

      ราตรีกระบี่สั้น54มาแล้วจ้า….


               ก็เป็นโอกาสดีในช่วงหน้าหนาวอย่างนี้ กับงานราตรีกระบี้สั้น ๕๔ ค่ำคืนแห่งน้องพี่ จปร. ที่จะมาร่วมแสดงความยินดี กับนอ้งชั้นปีที่ ๑ ในโอกาสรับกระบี่สั้น ถึงแม้ปีนี้จะจัดล่าช้าไปสักเล็กน้อย …..แต่ก็ไม่ช้าเกินไป โดยปีนี้เราจะจัดในวันพรุ่งนี้คือ วันอังคารที่ ๒๗ ธันวาคม ๒๕๕๔ ณ โรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า จังหวัดนครนายก ครับ 

              ในงานก็จะมีการร่วมรับประทานอาหารเล่นซุ้มเกมส์จับของรางวัล และชมการแสดงสุดพิเศษจาก นักเรียนนายร้อยที่ปีนึงจะมีหนึ่งครั้งเท่านั้น  โดยปีนี้ เรามาในธีมงานของ งานวัด และการย้อนรำลึกวัยเด็ก จะเจอของกินๆเก๋ๆที่หาทานยาก และเครื่องเล่นแบบงานวัดแท้ๆที่ไม่ต้องไปถึงเพลินวาน wowwwwwww

               สำหรับสาวท่านใดที่ยังตัดสินใจไม่ได้ ก็ให้รีบกันหน่อยนะครับงานนี้ปึนึงมีครั้งเดียว มาเปิดหูเปิดตาในอีกโลกนึงของเหล่านักเรียนนายร้อยครับ โดยคำแนะนำครับ สำหรับสาวๆที่จะมางานนะครับ งานจะเริ่มประมาณ 18.30 น ก็เผื่อเวลาการเดินทางสัก ๒ชั่วโมง โดยเราจัดรถบริการจากสนามกีฬา ทบ. เวลา ๑๕.๐๐ น. ครับ ก็การแต่งกายชุดราตรีนะครับ  คำแนะนำ ก็คือ ชุดราตรีสั้นจะเหมาะมากครับ เพราะงานมีกิจกรรมให้ทำเยอะชุดราตรียาวคงไม่เหมาะหรอกครับ  เน้นๆ มาแนวน่ารักๆ ครับ มาสนุกสนานเฮฮาในบรรยากาศงานวัดแบบโรแมนติก ยิ่งอากาศหนาวๆๆๆๆ ด้วยโอ้ยๆๆ สุดๆๆอ่ะ   งานก็จะมีการรับประทานอาหาร ชมการแสดง เล่นซุ้มเกมส์ ชมพลุ และ ถ่ายภาพ…… ยังไงอย่าลืมหาผ้าคลุมไหล่มาสักนิดนะครับ เพราะอากาศตอนกลางคืนนะเย็นจริงๆ และลมแรงมากๆครับ เขาชะโงกตอนนี้…..

            และสุดท้ายครับ ……อย่าลืมให้หนุ่มๆ นักเรียนนายร้อยที่พาไป ช่วยขนตุ๊กตากลับบ้านนะครับ เพราะงานนี้ได้ตุ๊กตากลับไปทุกคนแน่นอน ใครโชคดีอาจจะต้องแบกตัวใหญ่กลับไปอวดกันเลยทีเดียว

               ใครที่จะมางานนี้ก็กลับมาแล้วมาแชร์ความรู้สึกกันได้ หรือใครที่มาเจอผมในงานก็ทักทายนะครับ ขอตัวก่อนะพรุ่งนี้ต้องเตรียมงานต่อครับ

      ทหารหัดGeek : ทำไมต้องUbuntu และ Ubuntu มันเปนยังไง


             อย่างที่ผมบอกไปตอนที่แล้ว    ทหารหัดGEEK2 : ประสบการณ์ใหม่กับสาวไซด์ไลน์อย่าง Ubuntu(1)                                        ว่าผมอ่ะเบื่อง่ายเลยอยากจะหาอะไรฝหม่มาลอง แต่มันก็ไม่ใช่ทั้งหมดซะทีเดียวหรอกครับ   ช่วงหลัง ผมสำรวจการใช้คอมพิวเตอร์ของผมเองมากขึ้นก็พบว่า

      1. ผมใช้คอมในการเล่นอินเตอร์เน็ต FB Twitter เป็นส่วนใหญ่หรือกว่า 70% ของการใช้คอมทั้งหมด

      2. ผมใช้กับการทำงานเอกสาร

      3.ใช้กับการแต่งรูปผ่าน Adobe Photoshop และ วาดลายเสื้อผ่าน Adobe Illustrator

      4,อัตราการเล่นเกมส์ของผมลดลงอย่างมาก

             เมื่อเป็นดัง4 ข้อข้างบนผมก็เริ่มเมียงมอง หาdeviceใหม่ๆ มา ก็ไปสะดุดกับ MacBook Pro แต่ต้องยอมรับว่าเงินไม่ถึงจริงๆ อีกทั้ง อยากจะใช้โปรแกรมลิขสิทธิ์ใน MacBook แต่ละตัวก็แพงแสนแพง และในที่สุดผมก็ยังคงต้องลงวินโดวส์ด้วยอยู่ดี (ก็เหมือนตอนนี้แหละทื่ใช้ทั้ง Ubuntu และ Win8) ก็เลยพับโครงการไป จนมาเจอกับ Ubuntu นี่ละ อาจจะเป็นคำตอบสำหรับการเริ่มต้นใหม่

              Ubuntu เป็น โอเพนซอส คือเปิดให้นักพัฒนาได้เอาไปต่อยอดได้ (แต่ไม่ได้หมายความว่ามันฟรีเสมอไป) ที่มีหน้าตาสวยงามสะดุดตาผม มากกว่าเจ้า Linux Mint และการใช้งานมันก็ง่ายเกือบจะเทียบเคียงวินโดวส์ และมี App ที่มาพร้อมกับตัวติดตั้งก็ครบครันทีเดียว

      นี่คือ UI ของ Ubuntu

      สวยงามหน้าใช้พอๆ กับ Mac OS X ที่เดียวล่ะในความคิดของผม ทางแถบทางด้านซ้ายมือ เข้าเรียกว่า Unity เป็น UI แบบใหม่ของ Ubuntu ก็คล้ายกับแถบลัดใน Mac OS X หรือ Start ใน วินโดวส์ ซึ่งก็ถือว่าแข่งกับ UI ใหม่ของ Microsoft ที่นำมาใช้กับ Win8 คือ Metro UI

      imagemetro UI จากไมโครซอฟต์

      dashboard หาได้ทุกแอปในเครื่องถ้าไม่มีจะมีแอปที่ควรโหลดมาให้ด้วย

      แต่สิ่งที่ไมโครซอฟยังทำไม่ได้คือ การทำให้แอป ทั้งหมดเป็น แอปแบบเต็มจอ หรือ FullScreen เหมือนใน Mac OS  ตอนนี้ในWin8 มีเพียงบางแอปเท่านั้นที่เป็นฟูลสกรีนคือแอปที่มากับตัวลงของวิน8เอง และ IE ทีมาพร้อมกับตัววิน8

       imageSocialite แอปที่มากับ win8

      แต่ Ubuntu ทำได้แล้ว แอปทั้งหมดของUbuntu ตอนนี้เป็น แอป fullscreen โดยไอ้เจ้าแถบ Unity UI ข้างมันจะ Hide ตัวเองหายไป ดังเช่นภาพต่อไปนี้

      ภาพด้านบนคือโปรแกรม GIMP หรือโปรแกรมตกแต่งภาพชื่อดังในLinux และเป็นโอเพ่นซอส ซึ่งก็พอจะเทียบได้กับPhotoshop นั่นแหละ ที่สำคัญคือฟรีครับ ด้านล่างเป็นChromium Web Browser ที่เป็นตัวโอเพ่นซอสของGoogle Chrome ครับ

      ภาพต่อไปด้านล่างก็จะเป็นภาพของแอปงานเอกสารอย่าง Libre Office3 ซึ่งใช้ฐานจาก OpenOffice

      ซึ่งก็มีมาให้ครบทั้ง Document (Word),SpreadSheet(Excel),Presentation(powerpoint),Drawing,Database ซึ่งถ้าถามฟังก์ชั่นการใช้งานก็คงจะเป็นรองMicrosoft Office อยู่พอสมควรแต่ก็สามารถที่จะเปิดไฟล์จากOfficeได้ แต่ก็จะพบปัญหาเรื่องการจัดหน้าและตัดคำที่ผิดเพี้ยนไป ที่นี้คุณก็คงจะสงสัยว่าจะไปหา App หรือโปรแกรมเหล่านี้มาจากไหนคำตอบอยู่ด้านล่างครับ

      Ubuntu Software Center เป็น แหล่งรวบรวมแอปทุกประเภททุกชนิดรวมไปถึงฟอนท์หรือ ไฟล์ต่างที่จำเป็นสำหรับ Ubuntu ของคุณ เหมือน กับ Mac App Store ในMac OSX ซึ่งไมโครซอฟต์น่ะ มีไอคอนของ แอป Store มาให้ใน Win8 แล้ว แต่ยังใช้ไม่ได้ นอกจากนี้ Ubuntu Software Center  ยังสามารถอัปเดตแอปที่ลงไปแล้ว และใช้จัดการถอนการติดตั้งได้อีกด้วย อยากได้แอปไหนก็โหลดเอาตามสะดวก ใช้แค่รหัสผ่านเข้า Ubuntu ของเรานั่นแหละ ที่จริงมีอีกหนึ่งฟังก์ชัน คือฟังก์ชันของการsync คล้าย icloud และ windows live คือ Ubuntu One แต่ผมยังไม่ได้ลองใช้

                    เอาละครับ ผมยอมรับตามตรงว่า มันยังเข้ามาแทนที่วินโดวส์ไม่ได้ทั้งหมดตามลักษณะการใช้งานของผมแต่ผมก็ถือว่าเป็นการเปิดโลกของผมต่อ โอเพนซอร์สและ โอเอสใหม่ๆที่เหมาะกับการใช้คอมของผมมากขึ้นทุกวันนี้ถ้าผมจะเล่นเน็ตเล่นทวิตดูหนังฟังเพลงผมแทบจะบูทเข้า Ubuntu อย่างเดียวเลย

                     อยากให้ทุกท่านได้ลองครับ………

      ปล.ผมเขียนบล็อกนี้จาก Windows Live Writer ใน Win 8 ครับ ฮา….

      ทหารหัดGEEK2 : ประสบการณ์ใหม่กับสาวไซด์ไลน์อย่าง Ubuntu(1)


                        ขึ้นหัวซะน่ากลัวก็ไม่มีอะไร เพียงแค่ผมเป็นคนเบื่ออะไร ง่ายและชอบตามกระแสนะครับ ก่อนหน้า

      นี้ไปเจอคุณนิค @racpong เค้าใช้ windows 8 developer preview ก็ไปหามาลงกับเค้ามั่ง นี่ก็นึกครึ้ม

      อะไรไม่รู้เห็นเค้าพูดถึง Ubuntu เห็นว่าเป็นlinux ที่เจ๋งพอตัว หน้าตาสวยงามไอ้เราก็เบื่ออยู่แล้วอยากได้อะไรใหม่ จะไปซื้อ Macpro ก็เงินไม่ถึง  เลยเอาวะไปลองมั่วกะมันดู แฮ่ๆ ยิ้ม

                          ความพยายามครั้งแรก  ด้วยความที่ไม่รู้อะไรเลยผมก็เลยเสิร์ชดูไป ทั้งใน ubuntu.com และ

      ubuntuclub.comubuntu-th ก็ได้วิธีลงวิธีเล่นมาก็หลายวิธี (บอกตรง ผมจับlinux ครั้งแรกก็ตั้งแต่สมัย คอมเอื้ออาทร

      โน่นนะครับ)  เลยไปเจอในเว็บของubuntu เองนั่นแหละ ว่ามีตัวช่วยลงบนwindows ให้สามารถรัน2โอเอส

      ได้ ชื่อเจ้า WUBI โหลดมาลง ทำตามขั้นตอนแล้่ว พยายามเท่าไหร่ก็ทำไม่ได้สักที บูทยังไงก็ไม่เข้ามาใน

      ubuntu เลยล้มเลิกความพยายาม

                         ความพยายามครั้งที่สอง  แต่ด้วยความอยากเล่นอยากลอง ก็เลยไปเจอวิธีที่ยากกว่า จาก

      Ubuntuclub.com เป็นกระทู้เก่านานแล้ว แต่วิธีการพอใช้ได้  เริ่มจาก

      1.ไปโหลดไฟล์ iso จาก ubuntu.com ในที่นี้ผมโหลดตัวล่าสุดครับ 11.10

      2.จากนั้นระหว่างรอไฟล์ดาวโหลด ผมก็ไปโหลดอีก2โปรแกรม (ใช้โปรแกรม3ตัว ครับในการลงให้สมบูรณ์ คือ EASEUS Partition Master กับ กับ Universal USB installer และ Easy BCD ครับ เดี๋ยวจะรู้ว่ามันใช้ทำอะไรบ้างแต่ผมจะไม่เล่าละเอียดนักนะครับ

      3.ใช้EASEUS Partition Master มาแบ่งพาร์ทิชันให้เรียบร้อยให้ได้พาร์ทิชัน ที่จะลง Ubuntu

      image

      4.Universal USB installer จัดการเจ้า ไฟล์ ISO ไปยัดลงใน Flash Drive แล้วให้มันกลายเป็นUSB Boot ซะ

      image

      5.คราวนี้เราบูทเครื่องใหม่โดยตั้งค่าให้บูทจาก USB แล้วดำเนินการลงUbuntu ตามขั้นตอนต่างๆ ในพาร์ทิชันว่างๆของเราให้เรียบร้อย

      6.รีสตาร์ทกลับมาใหม่ใน windows เปิด EasyBCD ขึ้นมา เพื่อเราจะจัดการให้มีเมนูให้เราเลือก ว่าจะบูทเข้า โอเอสตัวไหน

      image

      7.ลองรีสตาร์ทอีกครั้งก็จะเห็นเมนูให้เลือก แล้วเราก็จะได้ลองน้องไซด์ไลน์ Ubuntu กันแล้ว เย้ๆๆๆๆ

      หน้าตามันก็เป็นแบบนี้ละคร้าบ…

      สวยงามไหมล่ะครับ

       

      ในตอนหน้าเรามาดูกันซิว่าผมใช้งานมันยังไงถึงเรียกว่าไซด์ไลน์

      SoldiersINsigniaZries: ตอนที่ ๖ เครื่องหมายกระโดดร่ม


                      ห่างหายกับการแนะนำเครื่องหมายของทหารไปนานครับกลับมาเที่ยวนี้ได้แนะนำกันสักทีกับเครื่องหมายแสดงความสามารถในการกระโดดร่มครับ

      L104

                         ที่ท่านเห็นอยู่ด้านบนนี่คือ เครืองหมายแสดงความสามารถในการกระโดดร่มของ กองทัพบก ครับหรือที่เราเรียกว่า ร่มเอราวัณครับ (สังเกตที่ช้างครับ) ซึ่ง ผู้ที่ผ่านหลักสูตรส่งทางอากาศของกองทัพบกซึ่งเปิดให้เรียนใน โรงเรียนทหารราบ และโรงเรียนสงครามพิเศษ จะสามารถประดับได้ครับ ซึ่งอย่างนักเรียนนายร้อยก็จะไปเรียนต้องปีสามครับ (ผมก็ไปเรียนมาละ ) ทหารพลร่ม หน่วยใช้ร่ม หน่วยรบพิเศษ ทุกหน่วยจะต้องไปเรียนครับ เพือได้ปีกทองสามารถมาประดับหน้าอก (แล้วมันจะได้เงินค่าฝ่าอันตรายหรือค่าปีกด้วยนะครับ ^^)  

                          สำหรับหลักสูตรการเรียนก็มีด้วยกัน ๕ สัปดาห์ ครับ โดย ๓ สัปดาห์แรกจะเป็นการ ฝึกภาคพื้นดินหกสถานี คือ กระโดดหอ ลงพื้น ๒ฟุต ลงพื้น๔ฟุต เครื่องบินจำลอง การบังคับร่ม และการลงพื้นด้วยรอกวิ่ง ส่วนสองสัปดาห์สุดท้ายจะเป็นการโดด ต้องโดด อย่างร้อย ๔ ครั้งครับ ซึ่งก่อนเข้ารับการเรียนในหลักสูตร ต้องมีการทดสอบร่างกายก่อนเข้า และระหว่างเรียนก็ต้องมีการทดสอบด้วยครับ (อาจจะอดกลับบ้านได้)

                          ก็จะนำรูปของปีกร่มของเหล่าอื่น และชาติต่าง รวมกันมาให้ดูพร้อมภาพที่ผมไปฝึกร่มมาฝฝากนะครับ

      ปีกร่ม นาวิกโยธินทหารเรือ

      ปีกร่ม US

       

      ปีกร่ม ทอ.

      ปีกร่ม ตร

      DSC_0003DSC_0013DSC_0049DSC_0050DSC_0070DSC_0077