เมื่อคื่นน้ เหมือนคืนพระจันทร์วันเพ็ญของเหล่าสาวก ของศาสดาสตีฟ จ๊อบ ครับ เพราะ มี งาน ศาสนพิธียิ่งใหญ่ประจำปีอย่าง WWDC 2011  ที่ปีนี้ศษสดา หยิบเทศนามาสามบท กับ Mac OSX lion iOS 5 และ iCloud

                                        ผมคงจะไม่เล่าล่ะครับ ว่ามันแต่ละตัวfeature เด็ดมันเป็นยังไง หอ keynote ของงานเมื่อคืนมันเป็นยังไง เพราะหาอ่านกันได้ตามบล็อคหรือเว็บ กันเต็มไปหมด แต่เรามาคุยกันตรงๆ โดนๆ ไปเลย กับการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ ของ Mobile Os ที่มีคนใช้มากที่สุดในโลกกับ iOS5

                                iOS5 คราวนี้เปิดตัวได้น่าประทับใจ ชาวสาวกผลไม้ยิ่งนัก ด้วยฟีเจอร์ ที่ เหล่าสาวกต่างเฝ้ารอคอย ให้มีฟีเจอร์เหล่านี้สักที ทั้งๆที่ที่อื่นเค้ามีกันไปนานแล้วโดยเฉพาะ โอเอสคู่แข่งจาก กูเกิล อย่าง andriod os  

                            เมื่อ ออกมาเป็นอย่างนี้ สาวก แอนดรอย หุ่นกระป๋องเขียวต้องออกมาโจมตีแน่นอน ว่าคราวนี้ ศาสดา COPYYYYYYYYY     และไอ้ฟีเจอร์ที่ว่า มันมีอะไรบางละ ที่ ชนหุ่นกระป๋องอย่างจัง และศาสดา อาจต้องบอกว่า หัวเราะที่หลังดังกว่า                           

1. Notification Center

                                        

                               หลังจากที่หลายคนคงเซ็ง กับไอ้ระบบ notificate แบบ pop-up ของ ตาจ๊อบ ที่มันเด้งขึ้นมั่งไม่ขึ้นมั่ง ขึ้นมาแล้วก็หายกลับไปตามหาไม่เจอคราวนี้ตาจ๊อบแกเอาใหม่  ต่อไปเราสามารถตั้งค่าได้แล้วว่าจะให้ แอพไหน push อย่างไร เตื่อนอย่างไร แล้ว ทั้งหมดจะไปอยู่ใน notification center  ที่จะลากลงมาดูได้โดยการลาก แถบ status bar ด้าน บน เอ๋……….  แฟนพันธ์แท้แอนดรอยคุ้นๆไหมเอ่ย

notification center จาก ios5 beta ที่ engadget นำมาทดลอง

                 2.Twitter Integration  การที่  แอปเปิ้ล นำ เอาทวิตเตอร์ มาผนวกเข้าไปใน iOS แสดงให้เห็น ทวิตเตอร์เป็น สิ่งหนึ่งที่ผู้ใช้แอปเปิ้ลใช้เป็นประจำ ตอนนี้ไม่ว่าจะอยู่ในแอปใด หรือระหว่างท่องเว็บ ดูยูทูป ปฏิทิน  เราก็สามารถทวิตได้ทันที โดยไม่ต้องปิดแอป แล้วไปเปิด ทวิตเตอร์มาทวิต  แอปเปิ้ล ก้าวผ่านข้อจำกัดที่น่ารำคาญนี้เสียที  แต่สำหรับสาวกเฟซบ๊คก็คงต้องรอไปก่อน เพราะยังไง จาก PHOTO VIEWER ก็ยังไม่สามารถอัพรูปได้หรอกนะจ้ะ …….แต่เอ๊ะ…..แอนดรอยน้่ะ เค้า ทั้งรูปทั้งข้อความ URL เค้า share ไปได้ทุกที่ เลยนะ

         

 

 

     แต่ฟีเจอร์สำคัญที่Apple ใช้เป็น คียร์ ในการ นำตลาด Smart Device อย่างสิ้นเชิงคงหนีไม่พ้น iCloud ที่จะทำให้ อุปกรณ์ idevice กลายเป็น ระบบ PC-Free ไม่มีอีกแล้ว ที่ต้องมาผูกกับคอมเครื่องใดเครื่องนึง ไม่ว่าคุณจะอยู่ที่ใด Idevice ตัวไหน คุณก็สามารถเรียกข้อมูลเรียกเพลง แอพที่คุณเคยดาวโหลด contact ต่างๆ ปฏิทิน รูป ภาพ อะไรต่อมิอะไรเต็มไปหมด ซึ่งมัน ชนกันจังๆ กับระบบ Google sync ของ แอนดรอย ที่กึ่งๆ บังคับให้คุณต้องมี แอคเค้า ของกูเกิ้ล แต่กูเกิ้ล ก็ยังซิงค์ได้เพียงแค่contact แล้วก็รูปภาพเท่านั้น   แต่IClound จะ Sync ได้ทุกอย่างและทุก Idevice ด้วย เพียงแค่ Account ของ iCloud เท่านั้น ซึ่งตอนนี้ ในเวอร์ชั่นของ นักพัฒนา นั้น ก็มีการกึ่งๆบังคับให้ต้องสมัคร iCloud เช่นกัน 

 

          นอกเหนือจากนั้น  การที่ทำให้ iDevice เปลี่ยนเป็น Pc-Free ที่ สมบูรณ์ นั่นคือ การ ที่ ปล่อยให้มีการอัพเดตซอฟแวร์ผ่าน OTA ได้ นั่นเอง 

         ฟีเจอร์นี้ต่างหาก ที่แอปเปิ้ลน่าจะหมายมั่นปั้นมือที่จะ ดึงดูดใจผู้ที่ชอบในการใช้ iDevice ให้รู้สึก อิสระมากขึ้นทำอะไรได้มากขึ้น โดยยังมีพื้นฐานไปบนความง่าย สิ่งนี้แหละที่ทำให้ กูเกิ้ลต้องปรับตัวในการทำแอนดรอย ที่มีฟีเจอร์ต่างๆที่ทำอะไรได้มากมาย แต่มันยากใรการทำความเข้าใจของผู้ใช้ซะเหลือเกิน และแม้แต่ เจ้าของแอปต่างๆที่ กำลังโดน แอปเปิ้ล ใส่ฟีเจอร์ ใหม่ที่ ทำได้เหมือนกับที่สมัยก่อน ที่แอปต่างๆเคยทำได้ จะต้องทำอย่างไรให้คนยังคงโหลดแอปของตนมาใช้อยู่ เช่น Dropbox Box.net หรือแม้แต่ Google sync Google Doc   

   และแอปเปิ้ล ยังมีอีกหลายฟีเจอร์ใน IOS ตัวใหม่ที่ชนกับหลายแอปอย่างจัง อย่างเช่น Reader ใน Safari ตัวใหม่ ที่ ชนกับ Instapaper และ Read it Later   

       โจทย์ใหญ่ของ Google และ Mobile application developers  ต่างๆได้เกิดขึ้นแล้ว  ว่า ทั้งๆ ที่หลายฟีเจอร์ ตนทำได้มาก่อน แอปเปิ้ล และ ทำได้มานาน และยังคงดีกว่า แต่ทำไมถึงยังไม่ได้รับความนิยม การเปิดตัว ของแอปเปิ้ล กลับอิมแพค คนทั่วไปได้มากมายก่ายกอง และ เมื่อแอปเปิ้ลทำได้อย่างที่ตัวเองเคยทำแล้ว ดึงคนได้มากกว่า ตัวเอง   จะทำเช่นไร โดยเฉพาะ Android Os ที่ กำลังกวดไล่ตามIOS มาเรื่อยๆ ว่าในเมื่อฟีเจอร์ที่ตนเคยได้เปรียบ ไม่สามารถดูดคนได้ บัดนี้แอปเปิ้ล มีฟีเจอร์ที่ใกล้เคียงกันแล้ว  Android จะก้าวไปอย่างไร มีทิศทางอย่างไรต่อไป

        มีโจทย์ของคนไทยเช่นกันคือ คนไทย สักกี่คน ที่จะได้ใช้ประโยชน์จาก iCloud อย่างจริงจัง ในจำนวนอัตราส่วน ที่มีไอโฟนกันเกลื่อนเมืองเช่นนี้ ในท่ามกลาง สภาวะที่เครื่อข่าย ลุ่มๆดอนๆ และ 3G ยังไปไม่ถึงไหน  หรือคงได้ใช้แค่ iMessege

****เที่ยวนี้ยังไม่ได้พูดถึง iMessege นะครับ ไว้คราวหน้า

ขอขอบคุณ ข้อมูล (CREDIT) จาก www.engadget.com และ http://www.apple.com

2 responses »

  1. ว้าย พูดว่า:

    เชียนได้ fanboy จิงๆ

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s