“ทุกวันนี้ใครๆ อยากจะมีอิสระเสรี

จะพูดอะไรก็ได้

จะคิดอะไรก็ได้

จะแก้ไขอะไรก็ได้

ขอแค่ตนพอใจ”

                    ช่วงนี้ใครๆ ที่ติดตามหรือเล่นทวิตเตอร์และโซเชียลเน็ตเวิร์ค ต่างๆ คงจะได้เห็นกระแสของคดี อากงSMS ที่กำลังเป็นที่พูดถึงในสังคมออนไลน์อย่างกว้างขวาง  ทั้งในแง่ดี แง่ไม่ดี แง่ของเทคนิควิธีการการสืบพยาน แง่ของความสงสารในตัวอากง ที่มีประวัติว่า แก่ตัวลงไม่ได้ทำงานอยู่เลี้ยงหลานอีกหลายคน พร้อมด้วยการรายงานกิริยาท่าทางและคำพูดของอากงในระหว่างการพิจารณาคดีของศาล

                     แต่ที่ปฏิเสธไม่ได้เลย คือ เรื่องนี้ทำให้กระแสการวิพากษ์ เกี่ยวกับ ประมวลกฏหมายอาญา มาตรา 112 กลับมาคึกคัก ทั้งในเรื่องตัวบทกฏหมาย ทั้งในเรื่อง การตีความ และการบังคับใช้ของเจ้าหน้าที่ตลอดจน การเชื่อมโยงไปยังเว็บหมิ่น และเพจหมิ่นต่างๆ ที่มีการเรียกร้องให้ปิด อยู่ในขณะนี้ ล้วนส่งเสริมให้ ประเด็นนี้รุนแรงขึ้นเรื่อย

                      อันที่จริงข้อเรียกร้องหรือการแสดงออกของสองกลุ่ม ในขณะนี้คือกลุ่มที่เรียกร้องให้ยกเลิก ม.112 (ส่วนใหญ่เคลื่อนไหวใต้เสื้อสีแดงและเชื่อมโยงกับเว็บหมิ่น-panzahahaha) กับทางฝั่งที่ต้องการให้มีการปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์อันเป็นที่เคารพยิ่งของประชาชนชาวไทย และปราบปรามเว็บหมิ่นและการปราศัยโจมตีสถาบัน (บางส่วนเคลื่อนไหวภายใต้พธม.และปชป. และ คนไทยที่เริ่มตระหนักถึงภัยอันตรายของชาติ เสื้อแดงมักเรียกว่า “สลิ่ม”) นั้นไม่ได้เชื่อมโยงกันโดยตรง นั่นคือ ทางฝั่งแรกต้องการให้มีการวิพากษ์วิจารณ์ สถาบันได้ โดยไม่มีความผิดหรือกฏหมายพิเศษใดๆ เช่นเดียวกับอังกฤษ แต่ทางฝั่งที่ปกป้อง มีข้อเรียกร้องให้ ปราบปรามการเผยแพร่ โจมตีสถาบัน การด่าและการให้ร้าย สถาบัน 

                          ทั้งสองปัญหาหรือข้อเรียกร้องเหล่านี้ดูเผินๆ เหมือนจะเกี่ยวข้องกัน แต่มันไม่ใช่ถ้าเราว่ากันตามตัวหนังสือ แต่สาเหตุของเรื่องนี้มันมาจาก อะไรนะหรือ?

                  วิพากษ์วิจารณ์กับการด่าและให้ร้าย นั้นต่างกัน ไหมนะ

1.  กลุ่มคนที่เรียกร้องให้ยกเลิกมาตรา 112 กับเว็บหมิ่น แทบจะแยกกันไม่ได้

                ปฏิเสธไม่ได้ว่าความจริงมันเป็นอย่างนั้น ถึงแม้ พวกเค้าจะบอกว่าการเคลื่อนไหวในเว็บหมิ่นต่างๆ เพราะพวกเค้าไม่สามารถจะพูดที่อื่นได้ นั่นก็ถูกของเค้า แต่ในเว็บหมิ่นต่างๆเนื้อหามันเป็นการวิพากษ์วิจารณ์สถาบัน อย่างบุคคลสาธารณะจริงหรือ? 

2. เว็บหมิ่น มักเป็นการด่าและการโจมตีให้ร้าย

                  เว็บหมิ่นต่างๆที่นักเคลื่อนไหว ใช้ล้วนมีเนื้อหาในเชิงโจมตี  ให้ร้าย ด่า และวิดีโอที่ไม่เหมาะสม การที่นักเคลื่อนไหวเหล่านั่น เคลื่อนไหวภายใต้เว็บดังกล่าวย่อมทำให้เงื่อนไขที่พวกเค้าเรียกร้อง ถูกต่อต้านจากอีกกลุ่มอีกฟากฝั่งและ Ultra-Royalist ได้ เพราะย่อมเป็นเค้าลางว่าเมื่อใดที่มีการยกเลิกกฏหมายนี้ย่อมต้องทำให้พวกเว็บหมิ่น การด่า การโพสต์รูปตัดต่อกลายเป็นสิ่งที่ถูกกฏหมาย แล้วอะไรจะเป็นสิ่งที่คอยปกป้องพระองค์ท่านอย่่างเป็นรูปธรรม แม้แต่ระดับอาจารย์ เองอย่าง ส.ศิวลักษณ์ และ อ.สมศักดิ์ เจียม ซึ่งถือว่าเป็นแกนหลักเองบางครั้ง ก็ใช้การวิจารณ์สถาบันเลยเถิดไปยังการโจมตีตัวบุคคลหรือเข้าข่ายการด่าหรือให้ร้ายอยู่บ่อยครั้ง นี่ขนาดระดับนักวิชาการแล้วยังแบ่งแยกหรือ แยกแยะได้ยากเลย ว่าการวิจารณ์และการด่าโจมตีกระทำต่างกันอย่างไร

3.การใช้ ม.112 เป็นเครื่องมือทางการเมือง

                    ประเด็นนี้ถูกยกมามาก โดยเฉพาะในช่วงนี้ ว่ามีการดึงเอากฏหมายตัวนี้มาใช้ทำลายศัตรูทางการเมือง โดยยกเหตุผลการทำให้สถาบันเสื่อมเสีย และ แย่ลงกว่าเดิมเหมือนเป็นการ”ดึงฟ้าต่ำ”  และ ทำให้ดูไม่ดีในสายตาโลกสากล

                    

                           ทั้งสามข้อต่างเป็นประเด็ฯที่ทำให้สองปัญหาสองข้อเรียกร้องจากสองกลุ่มเกิดเป็นประเด็นร่วมในการต่อสู้ระหว่างสองกลุ่มนี้ ซึ่งมีทั้งกลุ่มที่ HardCore พร้อมจะป้ายสีฝ่ายที่คิดต่างและจับเหมารวมโดยไม่ดูเหตุผล เราคงต้องจับตาดูกันต่อไป

                          แต่สิ่งหนึ่งในสังคมไทย คือ เราไม่เคยแยกแยะได้สักที ว่าอะไรคือการด่าอะไรคือการวิพากษ์วิจารณ์ บางคนก็บอกว่าด่านั่นแหละคือการวิจารณ์ จนลืมนึกไป ว่าทุกคนมีสิทธิเสรีภาพ ในตัวเองทั้งนั้น การที่มีกฏหมายนี้ไม่ได้เป็นการริดรอนสิทธิพื้นฐานของคุณ แต่เพื่อเป็นการให้สถาบันลอยตัวอยู่เหนืออำนาจทั้งสาม ถ้า สถาบันลงมาฟ้องพวกเราเองได้ อำนาจตุลาการจะถือว่าตัดสินภายใต้พระปรมาภิไธยได้อย่างไร  ซึ่งเราก็มักจะอ้างกันว่า “ฉันต้องด่าได้พูดได้ เพราะเค้าเป็นบุคคลสาธาณะ” แต่บุคคลสาธารณะไม่ได้มีไว้ให้ท่านด่า แต่ท่านสามารถวิจารณ์ในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับผลประโยชน์สาธารณะได้ (เช่นเดียวกับดาราที่คนทั่วไปมักจะด่าดูรูปกางเกงใน จุก ต่างๆได้อย่างเสรีเพราะข้ออ้างนี้) มันไม่ได้หมายความว่าบุคคลสาธารณะคือบุคคลที่คุณจะด่าพ่อล่อแม่ได้  ก่อนที่เราจะปรับปรุงกฏหมายตัวนี้ เรามาปรับทัศนคติของคนในสังคมก่อนดีกว่าไหมว่า ด่ากับวิจารณ์มันไม่เหมือนกัน และ คนในทีวี หรือ คนดัง บุคคลสาธารณะ ไม่ใช่คนที่เราจะด่ายังไงก็ได้   เราคงกำลังลืมคำว่าใจเค้าใจเราไป คุณจะยอมไหม ถ้าผมบอกว่าผมวิจารณ์คุณ โดยพูดจาว่าร้ายด่าคุณเสียๆหายๆ ผมว่าคุณเองก็คงไม่ยอมหรอก

                            แม้แต่ตัวผมเอง เป็นทหาร เทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์เหนือสิ่งอื่นใด แต่ผมมองว่า ม.112 ควรจะมีการปรับ ไม่ใช่การยกเลิก ปรับในแง่กระบวนการการฟ้องการกล่าวหาให้รัดกุมไม่ให้ถูกใช้เป็นเครื่องมือทางการเมือง ได้

                              ทิ้งท้ายไว้เท่านี้ล่ะครับ ปัญหาทุกอย่างไม่ได้เกิดจากสถาบัน แต่เกิดจากพวกเรากันเองที่ทะเลาะกันจนไม่เคยแหงนขึ้นไปดูว่าพระองค์ท่านจะเหนื่อยกับพวกเราสักแค่ไหน

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s